[Fic] Durarara : My Wonderful Secretary [Izaya x Mikado]

posted on 05 Jun 2016 21:20 by nabidmon in Fiction

[Fic] Durarara : My Wonderful Secretary [Izaya x Mikado]

Paring : Orihara Izaya x Ryuugamine Mikado (x Kuronuma Aoba)

Rating : PG-13

Warning : เนื้อเรื่องหลังภาค SH และสปอยอนิเม Shou และ Ketsu ตอนจบ + ภาคนิยาย spin-off ของอิซายะ ในฉบับ AU! ถ้าหากมิคาโดะเป็นผู้ช่วยของอิซายะ

 

--------------------------------------------------

 

      มีบางเรื่องที่เราไม่ได้บอกกับใคร ไม่สิ..... ควรจะพูดว่า "บอกไม่ได้" มากกว่า

      แต่ถ้าเอาความจริงกว่านั้นคือ ริวกามิเนะ มิคาโดะ ไม่กล้าพูดความจริงออกไป

      จะให้พูดยังไงล่ะ? ขืนพูดไปคงถูกเกลียดแบบไม่ต้องสงสัยแน่ๆ

      เรื่องที่เขา........

 

            "มิคาโดะคุง~ ชงกาแฟให้ฉันด้วยสิ~"

            "อ๊ะ! สักครู่นะครับ"

 

      นักขายข่าวแห่งชินจูกุมองผู้ช่วยสุดน่ารักของตนที่ที่เดินฉับๆ ไปยังเคาน์เตอร์ นี้ก็หลายปีแล้วที่มิคาโดะเป็นผู้ช่วยของเขา ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่อิเคะบุคุโระเสียอีก แน่นอนว่าคิดะ มาซาโอมิไม่มีทางรู้เรื่องนี้แน่ๆ เพราะตอนที่เจ้าตัวรู้จักอิซายะ มิคาโดะยังอยู่ไซตามะอยู่เลย ช่างเป็นเพื่อนสนิทที่น่าสงสารอะไรแบบนี้นะ

      แค่นึกถึงเรื่องนั้นอิซายะก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้

 

            "มีเรื่องอะไรน่าสนุกเหรอครับ?" มิคาโดะเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยกาแฟและชาในมือ

            "หืม? เปล่า ไม่มีอะไรหรอกมิคาโดะคุง" อิซายะรับถ้วยกาแฟจากมือของผู้ช่วยตัวเองไปจิบเล็กน้อย และทำหน้าพึงพอใจเล็กๆ ในรสชาติของเครื่องดื่ม

            "โกหกไม่เนียนนะครับ เวลาคุณโอริฮาระทำหน้าแบบนั้นแสดงว่าต้องมีเรื่องที่ทำให้ดีใจแน่ๆ ครับ"

            "เรียกนามสกุลเหรอ?~ ฟังดูห่างเหินจังเลยน้า~ ทั้งที่เหมือนวานยังเรียกชื่อของฉันด้วยเสียงหวานซึ้งอยู่เลยแท้ๆ"

            "อย่าพูดอะไรสองแง่สามง่ามแบบนั้นสิครับ" มิคาโดะขมวดคิ้ว ซึ่งเป็นภาพที่อิซายะไม่มีทางเบื่อเลยจริงๆ

            "อืมๆ ฉันเริ่มหิวแล้วนะมิคาโดะคุง แค่กาแฟมันไม่พอหรอก" อิซายะเมินคำพูดของมิคาโดะไป พร้อมกับส่งเสียงกึ่งสั่งกึ่งอ้อนไปให้เด็กหนุ่ม

            "อา..... นั้นสินะครับ ผมก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน ไปกินซูชิรัสเซียกันไหมครับ?"

            "ม่ายอาววว ทำหม้อไฟกินกันเถอะ"

            "....."

 

      เมื่อไม่กี่วันก่อนมิคาโดะไปกินหม้อไฟกับพวกคุณเซลตี้ แน่นอนว่าคุณอิซายะไม่ได้ไปด้วย เมื่อทุกคุณนำมาพูดกันในแชท คุณอิซายะคงจะน้อยใจแน่ๆ ถึงจะบอกว่าไม่เป็นอะไรก็เถอะ แต่ชวนไปกินหม้อไฟมาหลายรอบแล้ว แถมแทบจะทุกครั้งที่เป็นไปได้ด้วย

 

            "ถ้าจะคิดมากขนาดนั้นะครับ....."

            "อะไรกัน ฉันจะชวนผู้ช่วยสุดน่ารักของฉันมากินหม้อไฟด้วยกันไม่ได้เลยเหรอ"

            "ไม่ใช่ว่ากินเฉพาะฤดูหนาวถึงจะดีเหรอครับ"

 

      อิซายะไม่สงเสียงตอบแต่ส่งรอยยิ้มสุดหล่อพิมพ์ใจสาวไปให้มิคาโดะ จนเจ้าตัวต้องถอนหายใจออกมาด้วยความพ่ายแพ้

 

            "คร้าบๆ เดี๋ยวผมออกไปซื้อของทำหม้อไฟมาให้ อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ?"

            "เอาแบบที่เธอไปกินที่บ้านเจ้าหมอโรคจิตนั้นล่ะ"

 

      ผมเชื่อคุณอิซายะมากเลยว่าไม่ได้อิจฉา ไม่ได้อิจฉาหรือน้อยใจเลยสักกะติ๊ด แถมถ้าพอกินกันเรียบร้อยแล้ว อิซายะคงเอาไปเบ่งในห้องแชทแน่ๆ ว่าไปกินหม้อไฟมาแล้วเหมือนกันน่ะ

      มิคาโดะคว้าเงินจากกระเป๋าตังค์อิซายะ เป็นเพียงแบงค์หมื่นเยนบางๆ ใบนึง ในเวลานี้ทำไมเขาเห็นรูปคุณฟุคุซาวะ ยูอิจิเป็นคนที่น่ารำคาญขึ้นมานะ? เป็นเพราะมันอยู่ในกระเป๋าตังค์คุณอิซายะรึเปล่า? แต่ต่อให้เขาใช้หมื่นเยนหมดไปกับหม้อไฟมื้อนึงมันก็ไม่สะเทีอนคุณอิซายะสักเท่าไหร่หรอก

      เมื่อคิดแบบนั้นแล้วมิคาโดะก็รีบออกจากอพาร์ตเมนท์ไปยังซุปเปอร์ที่อยู่ใกล้ๆ ทันที เชื่อเถอะว่าด้วยความที่เด็กหนุ่มเป็นคนที่เรียกได้ว่าไส้แห้งจนต้องประหยัดเงินเป็นนิจ ยังไงก็คงไม่มีทางที่จะใช้หมื่นเยนโดยไม่ระมัดระวังอยู่ดี คุณอิซายะมักจะโอนเงินเขาบัญชีอยู่เสมอๆ ก็จริงแต่มิคาโดะก็เลือกที่จะให้มันดองอยู่ในบัญชีแบบนั้นเผื่อในกรณีฉุกเฉินเขาจะได้ไม่ต้องไปบากหน้าไปหาใครเพื่อยืมเงิน

 

      ว่าแต่ทานหม้อไฟกันสองกันเนี่ยนะ? โอเค..... มาซาโอมิเองก็เห็นบอกว่าทานกับคุณซากิกันสองคนนี้นา? คงไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกใช่ไหม? แต่นี้เขาทานกับคุณอิซายะกันสองคนนี้นะ.... แถมเป็นผู้ชายด้วย อารมณ์คงเหมือนกันผู้ชายไร้สาวควงในวันวาเลนไทน์ไปหาของหวานกินด้วยกันสองคนแหละมั้ง?

      ขณะที่คิดอยู่เพลินๆ ก็มีความรู้สึกสั่นๆ อยู่ในกระเป๋ากางเกง ความคิดแรกคือคุณอิซายะที่เมลล์มาเพราะรอจนจะดิ้นตายแล้ว แต่ดันกลายเป็นเมลล์จากคุโรนุมะคุงไปเสียอย่างงั้น

 

            'รุ่นพี่มิคาโดะ นอนรึยังครับ?'

 

      แบบนี้ก็ไม่ถือว่าแปลกใช่ไหม? เพราะคุณอิซายะเมื่อก่อนก็ส่งมาประจำจนกระทั่งมาซาโอมิได้ออกไปจากอิเคะบุคุโระ เขาจึงย้ายไปอยู่ที่ชินจูกุกับคุณอิซายะ ตามคำชักชวนของเจ้าตัวตั้งแต่เขาบอกไปว่าจะย้ายมาโตเกียว

      มิคาโดะพยายามชั่งใจว่าจะตอบกลับไปดีไหม เพราะคุณอิซายะบอกว่าอย่าเพิ่งเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากจนกว่าจะถึงเวลา แต่ในช่วยหลายๆ วันมานี้มิคาโดะกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนสโตรกอยู่ จึงพยายามเลี่ยงใช้เส้นทางที่ไปชินจูกุอย่างชัดเจน แน่นอนว่าพอทำแบบนี้ค่าเดินทางมันจึงขึ้นๆ ลงๆ จนเขาต้องขอความช่วยเหลือจากคนที่ชวนเขามาอยู่ด้วย

 

      รู้ทั้งรู้ว่าอาชีพตัวเองมันไม่ได้เหมาะจะมีคนอาศัยด้วยก็ยังจะชวนผมมาอยู่อีกนะคุณอิซายะ

 

      ด้วยความหงุดหงิดจึงเลือกที่จะตอบกลับไปหารุ่นน้องที่กำลังดูแลแก๊งบลูสเควร์ไป เรื่องที่มิคาโดะหงุดหงิดคงไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของโอริฮาระ อิซายะอย่างเดียว แต่มีเรื่องของดอลลาส์เข้ามาในหัวด้วย เขารู้สึกไม่พอใจมากๆ กับการที่มีคนมาย่ำยีสิ่งที่เขาสร้างออกมาแบบนี้ มิคาโดะโกรธคุโรนุมะ อาโอบะอยู่พอสมควร แต่ก็ยังสามารถระงับอาการโกรธไม่ให้ตีพิมพ์ลงไปในข้อความที่ส่งไปด้วย

 

            'ยังเลยครับ แล้วดึกป่านนี้แล้วคุโรนุมะคุงยังไม่นอนอีกเหรอครับ?'

 

      ในพริบตาที่มิคาโดะส่งเมลล์ไปไม่ทันไรอีกฝ่ายก็ส่งตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

            'ผมจะหลับลงได้ยังไงล่ะครับ ตราบเท่าที่รุ่นพี่ยังไม่ได้นอนแบบนี้'

 

      คำพูดและวิธีการพิมพ์ที่ทำให้เขานึกถึงคุณอิซายะขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ถ้าเกิดเขาได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ขึ้นมาจะหมายความว่ามิคาโดะจะต้องปวดหัวมากขึ้นเป็นสองเท่าไหมนะ?

 

            'ขอบคุณนะคุโรนุมะคุง แต่ว่ารีบไปนอนจะดีกว่านะ เดี๋ยวสุขภาพเสียหมดหรอก'

            'รุ่นพี่เป็นห่วงผมด้วย! ดีใจจังเลยครับ! ถ้างั้นผมถามได้ไหมครับว่าดึกขนาดนี้แล้วทำไมรุ่นพี่ยังตื่นอยู่อีก'

 

      เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวมิคาโดะก็ชั่งใจว่าจะตอบไปตรงๆ ว่าไปทานหม้อไฟกับเพื่อนหรือจะเลี่ยงๆ ตอบไปว่ามีธุระด่วนกลางดึกดี

 

            'มาทานหม้อไฟกับเพื่อนน่ะ'

 

      ...........กดส่ง........

      และทันใดนั้นก็มีข้อความอีกฉบับขึ้นมาแทรก

 

            'มิคาโดะคุง ฉันหิวจะตายแล้วนะ!'

 

      ไม่ต้องอ่านว่าใครส่งมาก็รู้ทันที เขาแทบจะลืมไปแล้วว่าตอนนี้ตัวเองมาซื้อของอยู่ เมื่อคิดได้แบบนั้นมิคาโดะก็รีบเก็บโทรศัพท์แล้วเดินเข้าซุปเปอร์ไปซื้อวัตถุดิบด้วยความกระฉับกระเฉงเล็กน้อย

      ยังไงพรุ่งนี้ก็วันอาทิตย์จะนอนดึกสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไรหรอก

 

            "มิคาโดะคุง! ฉันหิวจะตายอยู่แล้วนะ!"

 

      ทันทีที่กลับมาถึงอพาร์ตเมนท์ อิซายะก็รีบพูดบ่นในสิ่งเดียวกับที่พิมพ์ไปเมื่อครู่

 

            "เป็นคนชวนอย่าบ่นมากสิครับ"

            "บู่ๆ"

 

      มิคาโดะเตรียมทำหม้อไฟอย่างใจเย็น

 

            "ทีตอนคุยกับเด็กเปรตนั้นน่ารักจังเลย ฉันเองก็หึงเหมือนกันนะ"

            "อย่าแอบเปิดดูโทรศัพท์คนอื่นเล่นสิครับ"

 

      ราวกับจะเมินคำขอร้องของเด็กหนุ่ม อิซายะก็ไล่เปิดดูแชทล็อคและเมลล์อื่นๆ ในเครื่องด้วย ทำให้มิคาโดะต้องโน้ตเอาไว้ในสมองว่าถ้าเขาไม่ลบเมลล์ในเครื่องทิ้งก็คงต้องล็อครหัสผ่านไม่ก็ต้องเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา

      ไม่สิคงต้องตัดข้อสุดท้ายทิ้ง ตราบเท่าที่เขาอยู่กับคุณอิซายะก็คงไม่มีโมเม้นท์ 'ส่วนตัว' แบบจริงๆ จังๆ หรอก..... ถึงคุณอิซายะจะยังไม่ลองบุกเข้ามาในห้องน้ำระหว่างที่เขากำลังอาบน้ำอยู่ก็เถอะ

 

            "นี้ครับ"

 

      มิคาโดะยกหม้อไฟมาวางไว้ที่เตาแก๊สพกพาบนโต๊ะกาแฟ จุดไฟอ่อนๆ ให้พออุ่น ในที่สุดหม้อไฟที่โอริฮาระ อิซายะโหยมานานก็เสร็จพร้อมทานเสียที แถมยังได้ทานกับมนุษย์ที่เขาชอบที่สุดอย่างมิคาโดะ สองต่อสองมันก็ยิ่งมีความสุขอย่างที่สุด

 

            "ถ้าฉันถ่ายรูปฉันกับเธอมาทานหม้อไฟด้วยกันแล้วส่งไปให้คิดะคุงเธอจะว่ายังไงเนี่ย"

            "ตามสบายเลยครับ เดี๋ยวผมจะเมลล์ไปหาคิดะคุงอีกทีว่าคุณจ้างผมมาทานหม้อไฟด้วยกัน"

            "ฟังดูใจร้ายจัง แต่ถ้าเธอขายตัวให้ฉันแบบนั้น ฉันก็แฮปปี้นะ"

            "....."

            "ฮ้า..... หม้อไฟฝีมือมิคาโดะคุง~ อะไรมันจะดีไปกว่านี้อีกน้า~"

 

      นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิซายะกินอาหารฝีมือมิคาโดะหรอกนะ ตั้งแต่มิคาโดะย้ายเข้ามา อิซายะก็กึ่งๆ บังคับจะให้มิคาโดะทำอาหารให้ตลอด จนมิคาโดะต้องไปฝึกทำอาหารอยู่บ้างจนได้ ด้วยเหตผลที่ว่า "นอกจากฉันจะอยากได้ผู้ช่วยน่ารักๆ แล้ว ฉันอยากได้ภรรยาดีๆ ด้วยน่ะ" จึงได้คำตอบสวนกลับไปประมาณว่า "ไว้คุณชิซึโอะหักขาคุณจนเดินไม่ได้แล้ว ผมจะเป็นภรรยาให้แล้วกันครับ" ตอกกลับไป

 

 

            คันระ [นี่ๆ เมื่อวานนี้ฉันไปกินหม้อไฟกับแฟนมาด้วยล่ะคร้า~]

            เซตตอน [เห ยินดีด้วยนะ]

            ไซกะ [ยินดีด้วยค่ะ เป็นไงบ้างเหรอคะ?]

            เคียว [ตายแล้วๆ อย่างคุณคันระนี้ มีใครใจดีพอจะไปทานเป็นเพื่อนด้วยล่ะค่ะ!]

            เคียว [ไม่สิๆ ควรจะบอกว่ามีใครใจดีจะหยิบไปเป็นแฟนด้วยเหรอเนี่ยยยยยยยยย]

            เคียว [แบบนี้หนุ่มสาวทั่วญี่ปุ่นก็คงจะมีความหวังที่มีแฟนมุ้งมิ๊งกับเค้าเหมือนกันสินะค้า~ ]

            ซัง [มีหวัง]

            ทานากะ ทาโร่ [แฟนหรือผู้โชคร้ายครับคุณคันระ]

            บาคิวร่า [นั้นสินะคร้าบ , หรือบางทีคุณคันระอาจจะไปจ้างใครมาทานด้วยก็เป็นไปได้ ,]

            บาคิวร่า [อันที่จริงควรจะบอกว่า , ‘ระดับคุณคันระเนี่ยนะมีแฟน!’ ถึงจะเวิร์คสุดนะคร้าบบบ,]

            คันระ [อะไรกัน! ระดับดิฉันไม่ต้องจ้างใครหรอกค่ะ!]

            บาคิวร่า [แสดงว่าไม่ปฏิเสธเรื่องไม่มีแฟนสินะครับ! ,]

            เซตตอน[โกหกไม่ดีเลยนะคุณคันระ]

            ซัง [ชั่วร้าย]

            เคียว [เห็นไหมๆ ระดับคุณคันระ ถ้ามีแฟนโลกคงโกลาหลระดับเอ็กส์ตร้าคอมบิเนชั่นแน่ๆ ค่ะ]

            คันระ [แง่ง! ใจร้าย! เธอคงจะช่วยฉันใช่ไหมทานาะกะคุง]

            ทานากะ ทาโร่ [ก่อนจะบังคับใครไปทานหม้อไฟถามความสมัครใจเขายังครับ]

            คันระ [โหดร้าย! ทำไมทุกคนถึงทำกับคันระตัวน้อยๆ คนนี้ได้ลงคอกันคะ!?]

 

            “มิคาโดะคุง ใจร้าย!”

            “ผมเปล่าทำอะไรสักหน่อยครับ”

 

      คุณอิซายะเนี่ย ถ้าไม่ได้อยู่ในซีเรียสโหมดก็คนขี้น้อยใจคนนึงสินะ......

 

 

      มิคาโดะไม่เคยคิดหรอกว่าตั้งแต่วันนั้นมันจะมีเรื่อยวุ่นวายในชีวิตขนาดไหน และเหลือเหล่านี้ทำให้มิคาโดะมีความสุขขนาดไหน รู้เพียงแต่ว่าเรื่องเหล่านั้นมันก็เหมือนกับน้ำที่เทลงบ่อน้ำแห้งแสนลึกที่ไม่รู้ว่าจะเต็มเมื่อไหร่หรือมันจะเต็มได้หรือไม่ และหลังจากนั้นมันจะให้มิคาโดะแตกสลายไปมากขนาดไหน

      หลังจากวันนั้น หลังจากที่โดนอาจารย์นาสึจิม่าแทงเข้าที่สีข้าง มิคาโดะก็ถูกส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเกือบจะหนึ่งปีเต็ม สุดท้ายก็โดนซ้ำชั้น กับคุณอิซายะที่หายเข้ากลีบเมฆไป แต่จากอาการของคุณเซลตี้ตอนที่ไปถามเรื่องของคุณอิซายะแล้ว เขาคงไม่ได้หายไปไหนหรอก อาจจะออกนอกเมืองไป และก็คงไม่อยากจะกลับมาที่อิเคะบุคุโระหรือโตเกียวในเร็วๆ นี้แน่

      ตัวของมิคาโดะก็พยายามใช้ชีวิตตามปกติอย่างที่คุณโซโนะฮาระและคิดะคุงอยากให้ทำ แต่ตัวเขาเองคงไม่มีทางที่จะบอกสองคนนี้เด็ดขาดว่าเขายังคงรวบรวมข้อมูลอยู่ เขายังอยากกลับไปที่จุดนั้น อยากจะไปลิ้มรสชาติของความไม่ปกติอีกครั้ง ทว่าหากจะทำแบบนั้น มันก็คงจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

      อาโอบะคุงดูร่าเริงน้อยกว่าเก่า เพราะตัวเขาเองก็พยายามเลี่ยงอาโอบะคุงอยู่หลายครั้ง เหตุผลก็เพราะว่า หากเขาต้องเข้าใกล้มากเกินไป ก็คงจะอดทนต่อความต้องการตัวเองไม่ไหว แต่เขาก็ไม่ได้เกลียดอาโอบะคุงหรอกนะ เพราะขนาดเจ้าตัวทราบอยู่ว่าตัวมิคาโดะอาศัยอยู่กับอิซายะก็ยังเลือกที่จะให้เขาอยู่ใกล้ๆ และไว้ใจได้มากขนาดนั้น จนถึงทุกวันนี้แม้จะคุยด้วยกันน้อยกว่าเก่าแต่ความรู้สึกเป็นมิตรก็ไม่ได้หายไป

      อันนี้น่าจะเรียกได้ว่าแปลกของจริง เพราะมิคาโดะทั้งอาศัยอยู่กับคนที่อาโอบะเกลียด แถมยังแทงมือจนเป็นรอยแผลที่เหมือนจะไม่มีจางไปได้ง่ายๆ ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าตัวยังโอเคที่จะเป็นเพื่อนกับมิคาโดะได้ก็ไม่รู้

      อ๊ะ! ใช่ๆ ลืมเล่าไปอีกอย่าง หลังจากที่โดนแทงไปแล้วน่ะ มิคาโดะได้พลังของไซกะมาด้วย ถึงจะควบคุมได้ก็เถอะ แต่เสียงรำพันของไซกะก็คงเป็นสิ่งที่มิคาโดะต้องใช้ชีวิตร่วมไปกับมันทั้งชีวิต ที่มันไม่บ้าคลั่งขึ้นมาก็ต้องขอบคุณ คุณโซโนะฮาระด้วย

 

 

      มิคาโดะคงจะใช้ชีวิตแบบคนนอกที่มองการกระทำของผู้คนในอิเคะบุคุโระอย่างเงียบๆ เหมือนกับการจิบไวน์เบาๆ ที่ถึงจะไม่ได้อิ่มท้องแต่ก็สามารถหลงใหลในรสชาติของมันได้ ไปอีกนานเลยทีเดียวหากวันนึงเขาไม่ได้สายเข้าจากเบอร์ที่ไม่คุ้นตา

 

            “มิ๊-คา-โดะ-คุง!”

 

      แทบไม่ต้องถามเลยว่าใครก็รู้ได้ทันที คนที่เรียกเขาด้วยเสียงแบบนั้นก็มีคนเดียวเท่านั้นแหละ

 

            “คุณอิซายะ หายไปไหนมานานครับเนี่ย”

            “รีแอทชั่นติดลบสิบเลยนะ ฉันนึงว่าเธอจะตกใจหรือดีกว่านี้ซะอีก”

            “ดีใจจังเลย....”

            “เดี๋ยวนี้เธอกัดเจ็บขึ้นนะ อย่าบอกนะว่าการเป็นบรรณารักษ์จะทำได้ขนาดนี้น่ะ”

            “นั้นสินะครับ”

            “เอาเถอะๆ เธอยังจำคำพูดของเธอได้รึเปล่า?”

            “?”

            “เรื่องที่ว่าหากฉันเดินไปไหนไม่ได้จะมาเป็นภรรยาฉันไง”

 

      ห่ะ? อย่าบอกนะว่าคุณอิซายะจะโดนหักขาจริงๆ น่ะ ถ้าอย่างงั้น..... ตั้งแต่คืนนั้นน่ะเหรอ? อะไรมันจะเหมาะเจาะขนาดนั้นกัน ที่หายไปนานนี้คือไปรักษาตัวอย่างงั้นเหรอ? นั้นคือต้นเหตุของอาการของคุณเซลตี้งั้นเหรอ?

 

            “อย่ามาล้อเล่นแบบนี้นะครับ”

            “ฉันเคยล้อเล่นเรื่องแบบนี้กับเธอด้วยเหรอ?”

            “......แล้วคุณได้รับการรักษาที่ไหนรึเปล่าครับ?”

            “ยังเลย~ ตอนนี้รอว่าที่ภรรยาสุดที่น่ารักมาช่วยอยู่นี้ไง อันที่จริงมันก็ตั้งนานแล้วล่ะแต่เพิ่งอยากจะทวงสัญญาน่ะ เห็นเธอจะขึ้นมหาลัยแล้วนี้”

 

      ที่พูดว่ายังเลย ก็คงหมายความว่าหากได้รับการรักษาก็คงจะหายได้และสามารถเดินเป็นปกติโอเค จนเขาอยากจะพูดไปว่าถ้าคุณอิซายะรับการักษาแต่เนิ่นๆ ก็คงก็หายไปนานแล้ว แต่เมื่อนึกถึงนิสัยและธรรมชาติของเจ้าตัวแล้วก็คงอยู่ไหนนานพอที่จะรับการรักษาจนหายไม่ได้หรอก

 

            “คือคุณอิซายะกำลังจะบอกให้ผมไปเรียนเพื่อที่จะมาช่วยคุณสินะครับ”

 

      มิคาโดะชั่งใจเล็กๆ อันที่จริงการไปเรียนกายภาพบำบัดมันไม่ได้อยู่ในหัวของมิคาโดะเลยด้วยซ้ำ ถ้าจะไปเรียนก็นึกออกอยู่ประมาณสอง สามที่

      คำถามก็คือเขาจะไปเรียนเพื่อคนอย่างอิซายะอย่างเดียวจริงๆ น่ะหรือ

 

            “ฉันจะชวนเธอไปอยู่ที่โคเบะน่ะ”

 

      หนึ่งในห้าของเมืองที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เมื่อนึกถึงการย้ายไปอยู่ที่อื่น ในใจของมิคาโดะก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย

 

            “ที่ใหม่ๆ คนที่เธอไม่รู้จัก สิ่งเหนือธรรมดาไม่เคยเห็น เรื่องใต้ดินที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน”

 

      ต่อให้อิซายะไม่ไซโคมิคาโดะต่อแบบนี้ เจ้าตัวก็จินตนาการเรื่องเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี มันคือความรู้สึกเดียวกับตอนที่มาซาโอมิชวนเขามายังอิเคะบุคุโระครั้งแรก

 

            “สนใจไหมล่ะ มิคาโดะคุง”

            “คุณอิซายะต้องจงใจแน่ๆ ครับ ถึงติดต่อมาก่อนวันที่ผมจะส่งแบบฟอร์มเข้ามหาลัยแบบนี้”

 

      เสียงหัวเราะที่ปลายสายก็คงจะยืนยันได้เป็นอย่างดี

 

 

 

            “ริวกามิเนะคุงจะย้ายไปเรียนที่โคเบะเหรอคะ?”

            “อืม พอดีมีมหาลัยที่ผมอยากจะเข้าอยู่น่ะครับ”

            “อย่างงั้นเหรอคะ..... สู้ๆ นะคะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่นี่ก็ต้อนรับริวกามิเนะคุงเสมอค่ะ”

            “ขอบคุณมากๆ เลยครับ คุณโซโนะฮาระ ในหลายๆ อย่างเลย”

             “ทางนี้ก็เช่นกันค่ะ”

            “แล้วจะติดต่อมาบ่อยๆ นะครับ”

 

 

 

      มิคาโดะใช้เวลาส่วนมากที่เหลือไปกับการเตรียมตัวย้ายไปโคเบะ แน่นอนว่าไม่ได้บอกให้ใครรู้เลยนอกจากโซโนะฮาระ อันริกับคิดะ มาซาโอมิและพ่อแม่ของตน แต่ทว่าก็ดันมีบุคคลอื่นเข้ามารู้ได้ยังไงก็ไม่ทราบ เพราะทั้งสองคนข้างต้นก็ไม่ใช่คนชอบเที่ยวเล่าโน่น เล่านี้ไปเรื่อย

 

            “รุ่นพี่มิคาโดะจะย้ายไปโคเบะเหรอครับ?”

            “อืม อาโอบะคุงรู้ได้ยังไงเหรอ?”

            “ผมบังเอิญไปเห็นแบบฟอร์มของรุ่นพี่ที่ห้องพักครูน่ะครับ”

 

      ไม่รู้ว่าบังเอิญจริงรึเปล่า แต่มิคาโดะก็ยอมรับข้ออ้างนั้นของอาโอบะ เพราะเดิมทีมันก็ไม่ใช่เรื่องต้องปิดบังอะไรอยู่แล้ว

 

            “อาโอบะคุงจะเรียนต่อรึเปล่า?”

            “ตอนแรกก็ว่าจะไม่ล่ะครับ แต่เห็นรุ่นพี่ย้ายไปแบบนี้ มันเหงาๆ น่ะครับ”

            “สาขากายภาพบำบัด ไม่นึกว่ารุ่นพี่จะสนใจเรื่องแบบนี้ด้วยนะครับ”

            “พอดีมีเรื่องนิดหน่อย ก็เลยรู้สึกสนใจขึ้นมาน่ะครับ”

            “เกี่ยวข้องกับโอริฮาระ อิซายะด้วยใช่ไหมครับ?”

 

      มิคาโดะรู้สึกไม่ตกใจสักเท่าไหร่ เพราะรอบตัวของมิคาโดะไม่มีใครเป็นอะไรในสายทางด้านนี้ นอกจากคนนอกที่หายเข้าหลืบเมฆไป ก็คงมีอยู่ไม่กี่อย่างที่จะทำให้มิคาโดะสนใจจะไปไหนสักแห่ง

 

            “ผมเองก็จะย้ายไปโคเบะเหมือนกัน มหาลัยเดียวกับรุ่นพี่นั้นล่ะครับแต่ผมเรียนมนุษยศาสตร์น่ะ”

 

      ข้อนี้ทำให้มิคาโดะรู้สึกประหลาดใจจริงๆ เพราะนึกถึงเหตุผลที่ทำให้อาโอบะอยากเรียนสาขานี้ไม่ออกเลย ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ แต่ที่อาโอบะจะย้ายไปโคเบะเหมือนกันก็เพราะมิคาโดะหรือเปล่า?

 

            “ผมคงไม่อยากปล่อยให้รุ่นพี่ไปอยู่กับไฮยีน่ากันสองต่อสองแบบนั้นหรอกครับ”

 

      ไฮยีน่า? หมายถึงคุณอิซายะน่ะเหรอ? แต่ดูเหมือนว่าอาโอบะจะย้ายตามมิคาโดะมาจริงๆ

 

            “มีชีวิตใหม่กับรุ่นพี่ที่โคเบะ...... เหมือนคู่แต่งงานเลยเนอะครับ”

 

      ถึงจะคำพูดจะต่างกัน แต่ความหมายไม่ได้ต่างกันเลย นี้เขาเป็นส่วนในชีวิตของทั้งสองคนขนาดนั้นเลยเหรอ?

      มีคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของมิคาโดะ แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าตัวจะเก็บมาคิดใส่ใจมากมายนัก

      เอาเป็นว่าเรื่องที่ต้องคิดในตอนนี้จริงๆ คือ เขาจะสอบเข้าและทำเรื่องอยู่หอยังไงสินะ เรื่องอื่นๆ น่ะ.... ไว้เมื่อย้ายไปอยู่จริงๆ แล้ว ค่อยคิดกันทีหลังแล้วกัน......

 

--------------------------------------------------

กลับมาติดเรื่องนี้แบบงงๆ 

ประเด็นคือพออ่านจดหมายของอิซายะท้ายเล่มหนังสือนิยายแล้ว อดอยากแต่งฟิคนี้ขึ้นมาไม่ได้

คนที่เฉยๆ กับครอบครัวและเพื่อนสมัยเรียนอย่างอิซายะดันคิดถึงแต่มิคาโดะคนเดียวเนี่นะ 55555

ถึงในภาคนิยายจะสารภาพรักทางอ้อมไปตั้งหลารอบก็เถอะ

ส่วนอาโอบะใส่มาเพราะชอบเหมือนกันค่ะ เนื่องจากในภาค SH คนจากบลูสเควร์ดันไปทักว่า นอกจากมิคาโดะ อาโอบะคุยกับใครก็ดันไม่ร่าเริงนี้สิ น่ารักของแท้ เลยใส่มาให้หนีตามกัน (?) ไปด้วยซะเลย

ที่ใส่อันริมาแต่ไม่ได้ใส่มาซาโอมิมา ก็เพราะว่าในภาค SH มิคาโดะคบกับอันริไปเรียบร้อยแล้ว แต่ใน AU นี้คงจะให้คบไม่ได้ค่ะ 555555 

เพราะว่าถ้ามิคาโดะยุ่งเกี่ยวกับอิซายะขนาดนั้น ถ้าไปคบกับอันริก็คงเหมือนหักหลังกลายๆ

เอาเป็นว่าแค่มาเขียนอารมณ์ตกค้างจากเมลล์ของอิซายะค่ะ โฮะๆ

Comment

Comment:

Tweet