Warning : เพิ่งได้เกม เพิ่มเล่นจบ สปอยยาวๆ กับบ่นรัวๆ

เล่นจบแล้วผิดหวังกับเนื้อเรื่องมาก มาก ถึงมากที่สุดในภาค Triangulam ทำเอาไม่อยากจะเล่นอีกรอบ ทั้งที่ในตอนแรกทำภาค Septentrion มาดีมากแต่เนื้อเรื่องที่เพิ่มมาใหม่ทำเอาซะเละเลยง่ะ แต่พอไปนั่งอ่านเครดิตก็เข้าใจว่าเปลี่ยคนเขียนบทใหม่ เลยทำเนื้อเรื่องมา fan-service และเหมือนแต่งฟิคทำเกมซะเกือบครึ่ง

ถามในใจว่ามันดูดีไหม ก็ดีนะ แต่มันไม่ make sense มันจบสวยมากเกินไปอะ..... อย่างกะหนังบอริบูด

ที่สำคัญภาคนี้ทำเอาสองฉากจบในภาคแรกฟังดูเลวร้ายและแย่มาก

  • ฉากจบอัลคอร์ “โลกใหม่” ภาคแรกที่อัลคอร์กับพระเอกพยายามสร้างโลกนี้กันขึ้นมาก็เพราะเชื่อมันในความสามารถของมนุษย์ว่าจะมีอะไรใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา สามารถหลุดพ้นจากขอบเขตของ Polaris ได้ แต่ภาคนี้พูดถึงเหมือนมันแย่มากเพราะว่าโลกใบใหม่มันจะไม่มีเทคโนโลยี และที่ยามาโตะฆ่าตัวตายในรูทนี้ถูกเขียนเหมือนกับยามาโตะแค่ไม่ชอบโลกที่ไม่มีเทคโนโลยีซะงั้น
  • ฉากจบทรูเอ็นของไดจิที่เชือดโพลาริสกลายเป็นฉากจบที่เลวร้ายมากจากที่ฉากจบมันดีๆ และสวยงามในตัวของมันเอง เนื่องในภาค Triangulam ได้เสนอสิ่งที่เรียกว่า Administrator System ขึ้นมา ซึ่งมันบอกเป็นทางนัยว่าโลกใหม่ที่สร้างขึ้นมายังไงก็จะโดน Administrator บุกอยู่ดี แถมงวดนี้แย่กว่าเดิมเพราะว่าอัลคอร์ในรูทนี้ตาย จึงทำให้ไม่มี Nicaea และพวกพระเอกจึงได้แค่นอนรอวันตายโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย

ไดจิกลายเป็นคนที่ไม่มีความเคารพในความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นไป ทั้งที่ภาคแรกไม่มีแม้แต่จะใบ้ว่าไดจิเป็นคนแบบนั้นเลย ตอนที่เจออิโอะครั้งแรก ไดจิเรียกเธอว่านิตต้าซังด้วยซ้ำ แต่ตอนเจอกับมิยาโกะครั้งแรกกลับเรียกเธอว่า มิยาโกะจัง แบบไม่คิดหน้าหลังอะไรเลยแถมเมื่อเจ้าตัวขอให้หยุด ไดจิก็ไม่หยุดอีกต่างหาก การกระทำแบบนี้มันไม่ได้น่ารักเลยนะ ไม่ใช่เฟรนลี่ด้วย มันเป็นการลุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นในระดับนึงด้วยซ้ำ

เขียนบทโรนัลโด้แปลกๆ ภาคแรกก็เขียนให้ดูน่ารำคาญแต่เปลี่ยนกลายเป็นคนดีในระดับปกติแล้วนะ แต่ภาคนี้มันพุ่งไปในอีกระดับนึงเลยอะ  มันน่ารำคาญเกินไป แถมพอเจ้าตัวเสนอให้สู้กับ Administrator มันก็ยิ่งดูแปลกๆ มันเหมือนโรนัลโด้กลายเป็นคนที่มองชีวิตของมนุษย์ได้ถูกมาก เพราะเจ้าตัวแค่คิดว่าสู้เสร็จ โลกพัง ก็แค่รีใหม่ ซึ่งภาคแรกโรนัลโด้จะเป็นคนที่มองชีวิตของมนุษย์ทุกคนมีค่า แต่ไม่ใช่ในระดับที่มองแค่ว่าขอแค่โลกปลอดภัยและเรามีเครื่องมือที่ทำให้โลกพัฒนาได้เร็วขึ้นก็เพียงพอแล้ว คนในปาร์ตี้อีก 10 กว่าชีวิตจะเป็นไงก็ช่าง

เขียนเนื้อเรื่องของเพื่อนๆ เราที่เหลือนอกจากอัลคอร์ ยามาโตะและมิยาโกะแล้ว เหมือนตัวประกอบมาก ถ้าไม่ได้มี Administrator Authority ก็ไม่ได้มีบทอย่างอื่นพิเศษอะไร แถมเขียนบทซะอย่างกับไม่ใช่คน คอยตามพระเอกแบบไม่ลืมหูลืมตามาก เสนออะไรไปเอาหมด บอกให้ไปตายก็ไป บอกว่าให้อยู่ก็อยู่ ทำซะอย่างกับพระเอกล้างสมองเพื่อนทุกคนในทีม เลยทำให้ทุกคนเห็นต้องพ้องกันตามที่พระเอกบอก ขนาดวางบทตัวละครแย่ขนาดนี้ยังจะยัดมิยาโกะลงมาอีก ทั้งที่ถ้าอิงตามเนื้อเรื่องของ Triangulam แล้วก็ต้องมีบางคนที่ไม่โอกับพระเอกสักนิดนึงบ้างดิ เพราะความคิดเจ้าตัว (ซึ่งความจริงเป็นของไดจิแต่ในภาคนี้เขียนว่าเป็นของพระเอก) ทำเอาโลกต้องจะล้มสลายแล้วนะ ไม่มีความขัดแย้งของตัวละครเลยสักกะติ๊ดนึง เข้าใจนะว่ามันมีประสบการณ์วันสิ้นโลกร่วมกันแต่นี้มันก็เกินไปหน่อยมั้ง

พระเอกในภาคนี้กลายเป็นพระเอกโชเน็นธรรมดา คนดีแบบ 100% ทั้งที่ในภาคแรกเขียนให้พระเอกเป็นคนกลางๆ ชอบหยอกผู้อื่น พูดน้อยต่อยหนัก เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ทุกคนถูกใจพระเอกชึ้นมาไม่ใข่รึ เพราะเป็นเอกเป็นคนที่ใส่หน้ากากกับผู้อื่นให้ทุกรูปแบบมิใช่รึ? แต่ภาคนี้พระเอกกลับกลายเป็นพระเอกโชเน็นธรรมดาซะอย่างงั้น ถ้าอยากให้พระเอกเป็น “พระเอก” จริงๆ ในเกมนี้มันก็มีตั้งหลายวิธีแต่พอกลายมาเป็นแบบนี้ พระเอกดูจืดขึ้นไปกว่าเดิมซะอีก ซึ่งอนิเมก็ทำจุดนี้พลาดไปแล้ว ในเกมก็ทำพลาดซ้ำสองในจุดที่ต่างกันเล็กน้อย

มี Story Material ที่ดีแต่วางลงบทได้ไม่โอเคเลย ของอย่างพวก Canopus และ Astrolabe ถูกเขียนขึ้นมาว่ามันเป็นสิ่งที่ต่อต้านไม่ได้ เป็นเจตจำนงของจักรวาล ดันกลายเป็นของเล่นและเครื่องมือที่ใช้งานได้ง่ายแสนง่าย ถ้าตรูได้มันมาแล้วจะรีโลกอีกสักกี่ก็ทำได้ ผิดกับภาคแรกที่กว่าจะเปลี่ยนโลกได้ต้องไปกระทืบกับ Polaris ก่อน และถ้าจะเปลี่ยนโลกอีกก็เป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์จะเข้าไปใน  Akasha Stratum อีกครั้งเพราะที่งวดนี้เข้าได้เนื่องจากผ่านการทดสอบและได้รับการอนุญาติจากโพลาริสโดยตรง รวมถึงได้พลังของอัลคอร์ช่วยในการเชื่อมต่อเทอร์มินอลให้อีก

ทุกคนจะพูดบทซ้ำๆ กันจนน่าเบื่อ พูดรอบเดียวคนเล่นก็เข้าใจแล้ว ไม่ต้องให้ทุกคนต้องเน้นย้ำนักหรอกว่าต้องไปตามหาคนโน้นเพื่ออย่างงี้ ต้องทำอย่างเพื่อนอย่างโง้น เขีนบทเหมือนมาให้ตัวละครมีบทพูดเฉยๆ เพื่อกันไม่ให้มันดูเป็นตัวประกอบเกินไป

ตอนจบดูดีเกินไปในรูททรูเอ็น คือมันดีเกินไป..... มากเกินไปหน่อย.......... จากที่มันควรจะดูดีเลยกลายเป็นน่ารำคาญอย่างไม่น่าเชื่อแทน เลยรู้สึกชอบรูทที่พระอกกลายเป็น Administrator มากกว่า มันดูเรียลในหลายๆ ความหมาย

ยกตัวอย่างในเกมแรกภาค Overclocked มันเขีนบทมาดีพอสมควรว่า ไม่มีโลกไหนที่ Perfect มันจะต้องมีจุดที่บทพร่องบ้าง แม้จะเล็กน้อย ตัวละครสามารถเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีและไม่ดี แต่ในภาคนี้เขียนดึงดันให้จบสวยเกินไป ทุกคนไม่มีความสงสัยในตัวเองแม้เล็กน้อย เชื่อมั้นว่า 7 วันที่ผ่านคือวันที่ฉันได้เติบโตเต็มที่แล้ว...... ซึ่งมันไม่สิ่งที่มนุษย์ปกติทำกันเลยสักกะติ๊ด

ตัวละครรับมือกับสถานการณ์กันชิลมาก และชิลเกินไป โลกจะแตกอยู่แล้วกลับเฉยได้ ถึงจะเข้าใจก็เถอะว่าเจอกันมารอบนึงแล้ว ถึงอย่างงั้นโลกแตกนี้มันก็ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ นะ แถมคนทั่วไปก็ชิลเกินกว่าที่ควร....... แต่คนเขียนประสบความสำเร็จในการใส่ความตึงเครียดตอนสู้กับ Arcturus ดีมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคแรกทำพลาดไปเต็มแรง ถึงจะเข้าใจว่าหัวข้อของเกมเป็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์ก็เถอะนะ แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกมมันตึงเครียดไม่ได้นิ?

แต่เขียนบท Fate Event มาโอเคเลยทีเดียว เห็นการพัฒนาตัวละครชัดเจน การต่อสู้กับ Canopus และ Triangulum สนุกกว่าสู้ 7 วันภาคแรกอีก

แต่ส่วนตัวแล้วก็ผิดหวังกับเกมนี้ที่เขียน What-if มาให้เล่นแทนที่จะเป็น After-Game ส่วนตัวไม่ได้อยากได้ Happy Ending ที่ไม่เมคเซนส์เพื่อมาปลอบใจความไม่ Perfect กับการตายในภาคแรกนะ เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรซีรียส์ Megaten ก็ไม่ค่อยทำอะไรที่มันเพอร์เฟ็คอย่างน่าเหลือเชื่ออยู่แล้ว ในใจจึงรู้สึกอยากเห็นว่ายามาโตะกับชาวแก๊งจะเอาตัวรอดกันยังไงในโลกใหม่ และโลกที่เหมือนจะสมบูรณ์แบบของโรนัลโด้จะมีอะไรผิดพลาดไปเหมือนรูทอามาเนะใน Overclocked ไหม มากกว่า

ไม่รู้ว่าตัวเองใจแคบรึเปล่านะ เหอะๆ ........ แต่ตอนที่รูปสปอยภาคนี้มาใหม่ๆ มันชวนเข้าใจผิดมาก แถมในนิตยสารก็อธิบายไว้ว่าเนื้อเรื่องหลังจากภาคแรก ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่อะนะ

รวมๆ เนื้อเรื่องก็โอเค..... ถ้าไม่ติดที่ว่ามันทำเอาความหมายหลายๆ อย่างของเกมนี้ต้องพังลงไปอ่านะ

วันนี้ขอจบการบ่นแค่นี้ ขอบคุณที่มาอ่านกันนะครัช แล้วเจอกันใหม่เอนทรี่หน้า ยินดีรับทุกความเห็นในระดับด่วน เพราะความคิดนี้มันติดอยู่ในหัวเลยรู้สึกไม่มีอารมณ์จะไปเก็บเคลียร์ 100% เหมือนดังที่ผ่านมา........ 

edit @ 8 May 2016 15:35:10 by Mishine

Comment

Comment:

Tweet