Warning!! : Spoiler Alert!

                 สรุปเนื้อเรื่องตามใจฉบับจขบ.

                 เนื้อหานั้นพยายามมีความเป็นกลาง ไม่ใช่เพราะเป็นสาวกฝั่งไหนถึงเขียน

                 ถ้าอ่านจบ นายเก่งมาก  

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ทราบจ้ะว่าเกมเก่าแล้ว =w='' 

แต่ก็อยากพูดเพราะเพิ่งได้ Ver.JP มาเล่นจริงๆ จังๆ ก็ไม่นานมานี้หลังจากเพลินไปกับ Ver.ENG เมื่อนานมากแล้ว

อยากจะบอกว่าพอเล่นเคลียร์ Ver.JP จบขึ้นมาจริงๆ จังๆ แล้วพูดอะไรไม่ออกเลย คือบอกเลยว่าตอนเล่นที่เป็นภาคอังกฤษมองการสื่อสัญลักษณ์ของหลายๆ เหตุการณ์ในเกมนี้ไม่ค่อยออกจริงๆ ค่ะ

สิ่งเดียวที่ทราบคือทำไมถึงตั้งชื่อเกมนี้ว่า Xillia ซึ่งเท่าที่ไปอ่านมาบอกว่ามาจากเลข Zillion ที่แปลว่าโคตรมหาศาล มาเปลี่ยนเป็นเป็นตัว X กลายเป็น Xillion และไดเรคเตอร์ของซีรีย์คุณ Hideo Baba ก็เปลี่ยนมันให้กลายเป็น Xillia สำหรับคนที่สงสัยว่าแล้วทำไมคำอ่านของญี่ปุ่นถึงเป็น エクシリア(เอ็กซีเรีย) ก็คงบอกได้แค่ว่าลักษณะการอ่านไม่เหมือนกันระหว่างคนอเมริกาและคนญี่ปุ่น เหมือนสำเนียงที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นตอนที่ Localize มาถึงอ่านว่า 'ซีเรีย' ค่ะ

*ขอใช้คำว่า Localize แทน Translation เพราะใครที่เป็นคอเนื้อเรื่องเกมจริงๆ น่าจะเข้าใจเหตุผล

 

 

บ่นก่อนเริ่ม ความจริงแล้วเนื้อเรื่องเกมนี้มีวิธีการดำเนินการที่ค่อนข้างต่างจากภาคอื่นพอสมควร เพราะปกติซีรีย์เทลล์มันมักจะมีการดำเนินเรื่องแบบเดิมๆ ให้เห็นกันแทบทุกภาคคือ

 

          โลกมีปัญหา -> เดินทาง -> เมืองใหม่ -> มีปํญหาต้องทำโน้นทำนี้ทั้งคนในตี้และให้คนอื่น -> เดินทางต่อ -> เมืองใหม่ -> ลูปเดิมไปสักพัก -> กู้โลก -> จบ

 

แต่การดำเนินเรื่องของ Xillia 2 คือ

          โลกมีปัญหา -> พระเอกโดนเข้าไปผัวพันแบบงงๆ -> มีหนี้ -> ใช้หนี้ -> มีปัญหาสารพัดพันแปดในชีวิตทั้งของตัวเองและคนอื่นโยนมาให้หรือโดนลากไปผัวพัน -> ใช้หนี้ -> กู้โลก -> ปัญหาทั้งหมดคลี่คลาย -> จบ

 

ซึ่งคงทำให้หลายๆ คนต้องขมวดคิ้วไปตามๆ กัน ประมาณว่ามีแค่เนี่ย? ถ้าเกมเพลย์อะใช่มีแค่นั้น =_=

 

มีอะไรให้ทำน้อยมากถ้าเทียบกับภาคอื่นๆ แต่เนื้อเรื่องที่ใส่เข้ามาส่วนตัวแล้วเล่นประเด็นสังคมที่น่าขบคิดอยู่อย่างนึงเข้าไปแบบเนียนๆ (?) นั้นคือ

 

'ครอบครัวที่ไม่ปกติ'

 

อ่านถึงตรงนี้คงมีคนบ่นว่า อะไรนิ? ครอบครัวไม่ปกติ? วอท?

คือถ้าให้ชัดเจนแบบที่ในเกมชี้ไว้ค่อนข้างชัดคือครอบครัว Kresnik ที่โดนลากไปเป็นตัวแทนมนุษยชาติเพื่อเข้าร่วมเกมพนันเล็กๆ ของคนที่เป็นเหมือนเทพซึ่งคือ Maxwell เทพแห่งภูติ, Origin ผู้ที่เป็นเหมือนเครื่องกรองน้ำคอยชำระล้างวิญญาณให้เวียนว่ายได้เกิดได้และ Chronos จิตวิญญาณแห่งกาลเวลา

โดยพนันกันว่ามนุษย์จะสามารถชนะความต้องการของตัวเองหรือที่เรียกกันในภาษาภูติว่า 'ความไม่บริสุทธิ์' ได้หรือไม่

 

 

*ความบริสุทธิ์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ความรัก โลภ โกรธ หลง อย่างเดียวแต่หมายถึงความรู้จัก 'ผิดชอบชั่วดี' หรือ 'ไม่มีผู้ใดที่ผิดหรือถูก' ของมนุษย์ด้วย ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีพลังสามารถก้าวเดินต่อไปได้ Origin จึงไม่อยากทำลายมัน

*ขอขยายความข้างต้นอีกครั้ง ในชีวิตมนุษย์นั้นมันจะมีความคิดเห็นที่ต่างกันเสมอ แต่ทุกฝ่ายก็ใช่ว่าจะถูกแต่ไม่ก็ไม่ได้หมายความว่าผิด การกระทำของอีกคนหนึ่งที่เรารู้สึกว่ามันไม่ดี ชั่ว ไม่ควรทำแต่อาจจะมีคนที่มองว่า ดีแล้ว สมควรแล้ว

ยกตัวอย่างว่ามีคนไปเตะหมาข้างทาง ก็จะมีความคิดที่น่าจะแวบเข้ามาในหัวแน่ๆ คือ 'เตะมันทำไม?' แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถมองได้อีกว่า 'ถ้าไม่เตะมันก็จะกัด' เหมือนที่เราเรียกกันว่าการป้องกันตัว มันอาจจะไม่ถูกแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะผิด

*เพราะความเป็น 'สีเทา' ของมนุษย์ ทุกอย่างจึงดำเนินต่อไปได้ นั้นคือความหมายของ 'ความไม่บริสุทธิ์' ของจิตวิญญาณทั้งสามค่ะ

 

 

เพื่อเริ่มเกม Chronos จึงมอบพลังที่มหาศาลกับมนุษย์กลุ่นนึงเอาไว้ หรือก็คือตระกูล Kresnik นั้นเอง

กติกาเกมที่จิตวิญญาณทั้งสามมอบให้มนุษย์คือ 'ถ้าสามารถผ่านบททดสอบได้จะขออะไรก็ได้อย่างนึง' เพราะตัว Maxwell และ Chronos เองก็อยากรู้ว่าเมื่อมีพลังที่มหาศาลแล้ว มนุษย์จะสามารถควบคุมตัวเองได้ไหม ซึ่งจะมีตัวช่วยที่นานๆ ทีจะเกิดมาในตระกูล Kresnik พร้อมกับพลังของ Origin หรือถูกเรียกว่า Key of Kresnik ในเกม

ซึ่งผลก็คือครอบครัว Kresnik นองเลือดฆ่าฟันกันเอง ตายเป็นใบไม้ร่วง มีแตกแยกเป็นฝั่งเป็นฝ่ายและแยกเป็นตระกูลโน้นนี่ ซึ่งทุกคนในครอบครัว Kresnik เกือบทุกคนก็ทำเพื่อจะผ่านบททดสอบเพื่อขอพรที่ตัวเองอยากจะให้เป็นจริงเท่านั้น แต่การกระทำเหล่านี้ก็ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Fracture Dimension ขึ้นมา ซึ่งเป็นโลกที่คล้ายๆ กับโลกเราทุกประการแต่ต่างกันนิดหน่อย

 

*Fracture Dimension นั้นต่างจาก Parallel World ค่ะ ในขณะที่ Fracture Dimension เกิดมาจากจิตใจของมนุษย์ถ้าให้บอกก็เหมือนโลกที่ไม่มีจริงแต่มีตัวตน แต่ในเชิงวิทยาศาสตร์ Parallel World คือความเป็นไปได้ที่แตกต่าง ถ้ามองในมุมเกมก็คือ Bad End, Good End, True End ต่างๆ นาๆ นั้นเอง

 

การกระทำเหล่านี้วนลูปจนมาถึงรุ่นพ่อของ ฺBisley Karcsi Bakur แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ Fracture Dimension ก็มีเป็นล้านๆ แล้วเหมือนกันทำให้การทำลายมันทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องยากและไม่มีทางสำเร็จแน่นอน แต่ถ้าไม่ทำลายสักวันโลกก็จะตาย เพราะการเกิดของ Fracture Dimension นั้นมาจากการนำจิตวิญญาณของโลกไป ทุกครั้งที่เกิด Fracture Dimension โลกจึงค่อยๆ ตายลง

ปัจจุบันตระกูล Kresnik ที่แยกออกไปมีสามตระกูลที่เด่นๆ คือ Bakurs, Kresniks และ Martas  

ตระกูล Bakur ได้ก่อตั้ง Spirius โดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัด Fracture Dimension และค้นหา 'กุญแจสู่ Canaan' หรือใน Ver.ENG ที่ถูกเรียกว่า 'Waymarker' ไปในตัวด้วย

สองสาวพี่น้องตระกูล Kresnik ที่เข้ามาทำงานในตระกูล Bakur คือ Cornelia และ Claudia ที่ต่อมาเป็นแม่ของ Julius และ Ludgar อีกทีและแน่นอนว่าพ่อก็คือ Bisley และบุตรทั้งสองเกิดมาพร้อมกับ 'นาฬิกา' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้เข้าร่วมบททดสอบ

Cornelia คือ Key of Kresnik ในโลก Prime Dimension หรือก็คือโลกจริงๆ ทำให้ Chronos ที่ไม่อยากให้มนุษย์ผ่านบททดสอบคอยตามฆ่า

 

*Chronos ไม่อยากให้ Origin ต้องกลายเป็นเครื่องกรองน้ำอีกครั้งและตอนนี้ตัว Origin เองก็ถึงขีดจำกัดแล้ว ถ้าต้องคอยชำระล้างต่อไปเรื่อยๆ อีกหน่อย Origin ก็จะไม่ไหว ซึ่ง Chronos ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น

 

Julius ถูกจดเป็นบุตรของ Cornelia และ Bisley ตามกฎหมาย ในขณะที่ Claudia แม่ของ Ludger ที่ทราบถึงความโหดร้ายของตระกูลตนเองไม่อยากให้ Ludger ต้องมาเกี่ยวพันจึงหนีหายไปพร้อมกับลูกตนเอง เพราะไม่อยากให้ Bisley ใช้ลูกของเธอเป็นเครื่องมือ

 

*เล่ามาถึงตรงนี้พอมีใครเก็ทบ้างไหมว่า 'ครอบครัวที่ไม่ปกติ' คืออะไร การที่ Bisley มีลูกกับ Cornelia และ Claudia ก็เหมือนกับเป็นการแต่งงานกับ 'พี่น้อง' ของตนเอง ที่ต่างประเทศ (และอาจจะที่ไทยด้วย) นั้นความรักของพี่น้องเป็นเรื่องต้องห้าม ถึงขั้นว่าจะต้องลงนรกกันเลยทีเดียว แต่การแต่งงานแบบนี้ก็เหมือนราชวงศ์และตระกูลต่างๆ ที่พยายามป้องกันสายเลือดของตนเองเช่นกัน

 

แต่ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ประเด็นที่เกมสื่อขึ้นมาจริงๆ ที่เกมเล่าจริงๆ คือเรื่องราวของ Julius, Ludger และ Elle ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นเพื่อให้บางคนเข้าใจสถานการณ์ของเกมได้ดียิ่งขึ้น

 

Julius นั้นเรียกได้ว่าเป็นทั้งพี่และญาติในเวลาเดียวกันของ Ludger ตอนที่ Julius ทราบเกี่ยวกับ Claudia และ Ludger ครั้งแรก เจ้าตัวของลองไปหาดูแต่ Claudia กลับกลัวว่า Julius อาจจะเป็นคนที่ Bisley ส่งมาเพื่อพา Ludger ไป เธอจึงพยายามปกป้อง Ludger เป็นเหตุให้ Julius สังหารเธอไป

ตอนนั้น Ludger อายุ 5 ขวบและ Julius อายุ 13 ปี ด้วยความเด็กของ Ludger ที่เห็นแม่โดนฆ่าต่อหน้าต่อตา เลยเกิดอาการช็อคหนักและสูญเสียความทรงจำวัยเด็ก

Julius จำใจพา Ludger ไปด้วยเพื่อเป็นใช้ข้อต่อรองกับ Bisley และยึกนาฬิกาของ Ludger ไปใช้เพื่อเพิ่มพลังตนเอง ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้ปกครองแล้ว Julius ไม่เคยจะสนใจดูแล Ludger เลย จนมีวันนึง Ludger ทำอาหารให้ Julius ทานเพราะเป็นห่วง ด้วยความเป็นเด็กทำอาหารไม่เป็นเลยมีแผลเต็มมือไปหมด เมื่อ Julius เห็นดังนั้นจึงสัญญากับตัวเองว่าจะปกป้อง Ludger ให้ดีที่สุดและไม่ให้ Bisley รู้ถึงตัวตนของ Ludger เป็นอันขาด

 

เมื่อตอน Ludger อายุ 19 ปี และไปสอบที่ Spirius ที่ทำงานของ Julius เจ้าตัวก็จงใจให้ Ludger สอบตก

 

และทั้งหมดก็เป็นจุดเริ่มต้นของเกมนี้

กล่าวบรรยายมาตั้งนานยังไม่ถึงประเด็นของเกมนี้จริงๆ เลยนะเนี่ย 555

สำหรับตัวละครเอกของภาคนี้ที่หลายๆ คนมองว่าเป็นเหมือน 'พระเอกคุง' ใน Persona อะ อยากจะบอกว่าไม่จริงเลยสักกะติ๊ดนึง = =''

 

 

Ludger Will Kresnik นั้นมีความเป็นตัวละครของตัวเองอย่างแน่นอนค่ะ

 

 

 

 

จริงอยู่ว่าเกมอาจจะมีชอยส์ให้เราตอบแต่ทุกอย่างสะท้อนความเป็น Ludger ออกมาหมดค่ะ แต่เป็นความรู้สึกคนละแบบ ยิ่งถ้าใครเล่นรอบสองและเปิดเสียงพากษ์ของ Ludger เข้าไปด้วยก็จะยิ่งเข้าใจค่ะ

ระหว่างที่เราเล่นจะมี Ludger's Diary มาให้อ่านค่ะ ซึ่งจะตอบตัวตนและความเป็นมาของตัวเลือกแต่ละครั้งของ Ludger ได้เป็นอย่างดีเลย เช่น ในตอนแรก Ludger รำคาญ Jude มาก 5555  เป็นเหตุให้ว่าทำไม Ludger ถึงมีชอยส์ให้เลือกว่าให้เมิน Jude ไปนั้นเอง แถมฉากที่ Jude ขอจับมือทักทายทำความรู้จัก Ludger เองก็ลังเลด้วย

ถ้าให้อธิบายมันก็เหมือนกับทางเลือกของคนเราที่มีตลอดเวลา จริงอยู่ว่า Ludger อาจจะรำคาญ Jude จะเมินก็ได้แต่ในแง่นึงมันก็ไม่ได้แย่ที่จะทำความรู้จัก

 

*อยากจะบอกว่าถ้าใครอ่านไดอารี่ของ Ludger แล้ว จะรู้สึกว่าเจ้าตัว ผู้หญิง ม๊ากมากเลยอะ 55555

 

Ludger อาจจะเป็นคนเงียบๆ แต่เอาจริงว่าไม่เคยเห็นคนพูดคำตอบคำจริงๆ น่ะรึ =_='' ช๊อยส์เหล่านั้นเราทำให้เรากำหนดได้ว่า Ludger จะเป็นคนช่างเปิดเผยหรือปิดกับตัวเองเงียบๆ หรือไม่ แต่ไม่ว่าทางไหน Ludger ก็ยังเป็นคนที่เอาใจใส่กับครอบครัวและเพื่อนของตัวเองเป็นที่หนึ่งอยู่ดี

แถมใน Skit ตัวละครหลายต่อหลายครั้ง Ludger ก็โชว์ความเป็นตัวเองออกมาทุกรอบไม่ว่าจะเขินเรื่องความจริงของ Muzet หรือความเศร้าของตนที่มีต่อพี่ชาย และการกระโดดตีลังกาเพื่อเรียกสติของ Jude

ที่สำคัญในเกมนั้น Ludger จะพูดถึง Julius อยู่ตลอดเวลาเลย ไม่ว่าจะใน เนื้อเรื่องหลัก, เนื้อเรื่องของตัวละครต่างๆ, Side Quest, Skit ก็จะมีหลายๆ ครั้งที่ช๊อยส์เหล่านั้นจะพูดถึง Julius และถ้าใครเปิดเสียง Ludger มักจะทำเสียงหงอยๆ ทุกรอบที่พูดถึงพี่ชายของตนเอง แม้แต่ใน Ending ต่างๆ Ludger ก็พูดถึงพี่ชาย

 

  • ใน Bad End Ludger ยอมแม้กระทั้งจะทำลายโลกเพื่อให้ตัวเองได้ใช้เวลากับ Julius ต่ออีกหน่อยก็ดี
  • ใน Good End ตัว Ludger ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับอดีตของ Julius ก็ไม่ได้โกรธแค้นเคืองอะไร แต่เศร้ามากกว่าที่ Julius ไม่มีโอกาศได้บอกเรื่องเหล่านี้กับเขาขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ 

 

ไม่ใช่แค่กับ Julius ที่ Ludger ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อช่วย แต่กับ Elle ก็เหมือนกัน ใน True End Ludger ยอมตายเพื่อให้ Elle สามารถคงอยู่ต่อไปได้ นั้นคือทางเลือกที่ Ludger จะทำ ไม่ใช่ในฐานะพ่อแต่ในฐานะที่เป็นครอบครัวและเพื่อน ในมังงะ Ludger ถึงขั้นบอกว่า Elle ไม่ใช่ลูกสาวของตนอย่างแน่นอน 

เพราะฉะนั้น Ludger มีความเป็นตัวเองอย่างแน่นอน เพียงแต่มีช่องว่างแห่งตัวเลือกที่เราสามารถถมตัวตนของ Ludger ให้เต็มได้เท่านั้น 

 

 

Julius Will Kresnik คือพี่ชายที่ไม่ใช่แค่พี่ชาย

 

คนที่เป็นพี่ชายและญาติของ Ludger มีบางคนบอกว่าทำไมเกมนี้มีกลิ่นวายติดเต็มไปหมดเลยน๊า ทำไม Bad End มันเวอร์จัง ฆ่าเพื่อนหมดเพื่อพี่ชายคนเดียวเนี่ยนะ?

คือส่วนตัวเชื่อว่าคนเขียนบทก็น่าจะอยากให้มองคู่ Ludger และ Julius เป็นคู่รักกันจริงๆ นั้นล่ะค่ะ =w='' มีเหตุผลหลายช็อตมากกกก

 

อย่างแรกเลยคือความเป็นอยู่ของทั้งสองที่ Director ใส่เข้ามาค่ะ คือแบบ... มันหายากนะที่จะมีพี่น้องที่รักกันขนาดนี้อะ Julius ส่วนมากจะหาเงินเข้าบ้านให้ตัวเองและ Ludger ใช้ ในขณะที่ Ludger ก็ทำงานบ้านและทำอาหารให้ Julius ทาน

 

*ถามหน่อยเหอะในชีวิตจริงมันจะมีพี่น้องแบบนี้สักกี่คู่เชียว แถมทั้งสองก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ด้วย ขอบอกเลยขนาดจขบ. เองเวลามีพี่น้องมาขอยืมเงินยังรำคาญหน่อยๆ เลยแต่ก็ให้ ทำอาหารให้บ้างแต่ถ้าวัตถุดิบในตู้เย็นหมดก็ไปหากินกันเองเหอะโตขนาดนี้แล้วยังมาเคาะประตูห้องตอนเช้าขอให้ทำอะไรก็ได้ให้กินอยู่อีก (นอกเรื่องละ)

 

แต่กับคู่นี้ไม่ใช่ เข้าใจเลยว่าทำไมบางคนเวลาเล่นเกมนี้แล้วรู้สึกตัวเองเป็นพี่หรือน้องที่แย่มากๆ คนเป็นครอบครัวเราก็ต้องใส่ใจกัน มีปัญหาก็พยายามแก้ไข ไม่ว่าจะปกปิดหรือก็ตาม แต่พอมาเป็นเกมนี้แล้วความเป็นพี่ของ Julius ที่เป็นห่วง Ludger จนวินาทีสุดท้ายมันกระแทกใจมาก 

 

อย่างที่สอง Rollo หรือ lulu แมวของทั้งสองคน อย่างที่ใน Skit ระหว่างสองคนนี้เคยพูดถึง Ludger ที่อกหักมาจาก Nova ทำอาหารทิ้งไว้ที่บ้าน (เพราะกลัว Julius กลับมาไม่มีอะไรทาน) แล้ววิ่งออกไปตากฝนข้างทางกับแมวแรกเกิดตัวนึง Rollo ซึ่งกลับบ้านมา Julius ใจแทบคว่ำวิ่งออกไปตามหา Ludger 

มันก็เหมือนกับคนเป็นพ่อแม่ย่อมเป็นห่วงลูกเป็นธรรมดา แต่ในกรณีของ Julius เหมือนเจ้าตัวจะกลัวมากกว่าเพราะตอนนี้ Ludger เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ Julius ยังเดินต่อไปได้ เพราะคนที่เล่นเกมน่าจะทราบดีว่า Julius เองก็เหมือนคนตายเดินดินมานานแล้ว การที่ Ludger หายไปมันก็เหมือนเป็นการฉีกตัวของ Julius เป็นชิ้นๆ ไปด้วย

หากว่าใน Skit ที่ Elle ถามว่าใครเป็นเราเลือกว่า 'Ludger เป็นเจ้าของ Rollo' และคำพูดจบท้ายที่ทั้งสองมีคือ Rollo ชอบใครมากที่สุด ซึ่งเจ้าแมวน้อยเลือก Elle แต่คำพูดของ Julius ที่ตามมาคือ 'แกก็ด้วยเหรอ' ในน้ำเสียงที่เศร้าสุดๆ เพราะมันหมายถึงว่าทั้ง Ludger และ Rollo ก็ต่างเลือก Elle เป็นที่หนึ่ง ไม่เหมือนเมื่อก็ที่เพียงกันและกันอีกต่อไป

แต่ในใจของ Julius เองก็เหมือนจะเลือกได้ว่านั้นคือทางเลือกของ Ludger เอง เจ้าตัวดีใจด้วยซ้ำที่ Ludger มีสิ่งที่จะปกป้องดูแล หากว่าตัวเองเกิดตายไป Ludger ก็ยังสามารถเดินต่อไปได้เพื่อใครสักคนเหมือนที่ Julius สามารถเดินต่อไปได้เพราะมี Ludger อยู่

 

อย่างที่สาม การมีตัวตนของ Julius ที่สามารถลากสังขารจนมาอยู่ท้ายๆ เกมได้ ทั้งๆ ที่ก็จะทั้งล้มทั้งยืนแล้ว

Julius รัก Ludger มากถึงมากที่สุด ถ้าใครเล่น Ver.JP จะเห็นชัดมาก ตัว Julius ไม่เคยแตะสาวที่ไหนเลย แม้จะมีสาวๆ จำนวนมากคอยตามสโตรกอยู่ตลอดเวลา แม้ตอนที่ Ludger ทำลายโลกของ Milla และมี Skit คุยกันเกี่ยวกับ 'พี่น้อง' Julius สะอึกกับคำพูดของ Muzet มาก 'เพราะเป็นพี่น้องกันไงล่ะ' 

ในตลอดครึ่งชีวิตที่ Julius อยู่กับ Ludger เจ้าตัวเหมือนเป็นคนโกหกแทบจะไม่เว้นวันเลย ไม่ว่าจะปิดบังเรื่องนาฬิกา, พลังของ Ludger, ปรับตก Ludger เพื่อให้ไม่ให้เข้าทำงานใน Spirius, ไม่ยอมบอกเรื่องที่ตัวเองเป็นคนฆ่าแม่ของ Ludger, ความจริงที่ตัวเองกำลังจะตาย, ความจริงในเรื่องของ Elle, ความจริงของตระกูล Kresnik ฯลฯ อีกร้อยแปดพันเก้า Julius จึงบอกกับตัวเองเสมอว่า 'เป็นคนเห็นแก่ตัว' มากไม่ว่าจะในฐานะ 'พี่ชาย' หรือฐานะเป็นคนใน 'ครอบครัว' ก็ตาม

อาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวกลัวจะโดน Ludger เกลียดแน่ๆ หากบอกความจริงเหล่านั้นไป กลัวว่า Ludger จะหายไปหากทำแบบนั้น จริงอยู่ว่า Ludger อาจจะรัก Julius ตอบแต่ก็เป็นเพียงในฐานะ 'พี่น้อง' ซึ่งสำหรับ Julius แล้ว ตัวเองไม่ควรได้รับความรักจาก Ludger แม้แต่น้อยเลยเพราะแบบนั้นตอนที่ Ludger ทำอาหารให้ทานครั้งแรก Julius จึงสัญญากับตัวเองว่าจะปกป้องให้ถึงที่สุด

ในตอนแรกที่ Julius รู้เรื่องเกี่ยวกับ Elle ว่าเป็น Key of Kresnik ก็ว่าจะพา Elle ไปเคลียร์บททดสอบคนเดียว และให้ Ludger อยู่ห่างจากเรื่องเหล่านี้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่เมื่อทราบถึงความต้องการของ Ludger ตัว Julius เองถึงขนาดยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อเป็นสะพานแก่ Ludger ได้ก้าวเดินต่อไป

แม้แต่ Jude และ Muzet เองก็รู้สึกเหมือนกันว่าหากไม่มี Ludger อยู่ นาฬิกาที่มีชื่อว่า Julius คงหยุดเดินไปนานแล้ว

 

อย่างที่สี่ สะพานแห่งจิตวิญญาณที่ Julius ยอมสละชีวิตเพื่อ Ludger ที่เป็น Symbolic ลึกซึ้งมาก สะพานจะเป็นสะพานก็ต่อเมื่อเราข้ามไปแล้ว และสะพานเหล่านั้นก็คือสิ่งที่จะพาไปสู่สิ่งใหม่ เพื่อให้ Ludger ได้พบกับชีวิตใหม่ นั้นคือสิ่งที่ Julius หวังมาตลอดเกม

 

อย่างที่ห้า เพลงที่ Julius มักร้องให้ฟัง ใน Ver.ENG คือ Hymn of Proof ในเกมก็มีพูดถึงว่า มันคือเพลงแห่งความรัก รักในที่นี้ไม่ใช่ครอบครัว แต่เป็นรักแบบรักที่มีให้กัน รักที่สามารถทำทุกอย่างเพื่อคนๆ เดียว Milla Kresnik (คนที่เป็นต้นแบบของ Milla ในปัจจุบัน) ร้องเพลงนี้ให้กับ Maxwell เพราะเธอรักเขา รักจนวินาทีสุดท้ายของเธอ เป็นที่มาของคำว่า Proof หรือที่แปลเป็นไทยว่า พิสูจน์ และการพิสูจน์ของตระกูล Kresnik คือ 'การเสียสละ' เหมือนอย่างที่ Julius เสียสละตนเองเพื่อเป็นสะพานให้ Ludger ได้ก้าวเดินต่อไป และ Ludger ได้เพลงนี้ก่อนจากไปให้ Elle ฟัง ตัว Ludger 'เสียสละ' เพื่อให้ Elle ได้ก้าวเดินต่อไปเหมือนกับที่ Julius ทำ

 

Elle Mel Marta ไม่ได้น่ารำคาญเหมือนอย่างที่คุณรู้สึก

 

 

 

*ส่วนตัวคิดว่าเธอเป็นเด็กที่เข้มแข็งแต่ก็ไม่ถึงขั้นแก่แดดเกินวัย 

Elle โดนพ่อแท้ๆ ของตนบอกว่าไม่ใช่ 'ตัวจริง' Elle ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตน แต่ในคำว่า 'แท้' ในที่นี้คือทั้งตัวพ่อของ Elle และ Elle นั้นเป็นเพียง Fracture Dimension เท่านั้น และ Victor หรือพ่อของ Elle ก็ดึงดันที่จะเกิดใหม่ กลายเป็นคนใหม่ มีความทรงจำใหม่ๆ กับ Elle 'ตัวจริง' เท่านั้นซึ่งนั้นมันก็เหมือนปฏิเสธตัว Elle ในตอนนี้

แต่แม้ว่าพ่อของเธอจะปฏิเสธในตัวตนของเธอก็ตาม เธอก็ยังก้าวเดินไปได้ แม้จะเก้ๆ กังๆ บ้าง

ตอนที่เธอทราบว่า Ludger ก็เหมือนพ่อของเธอ พ่อที่ควรจะเป็นพ่อ 'แท้ๆ' ของเธอ ตัวเธอก็ไม่ยอมรับอาละวาดอยู่พักนึงจน Ludger ต้องช่วยเธอจากหม้อน้ำซุปร้อนที่จะราดใส่ เขาก็ไม่ว่าเธอสักคำและทำหม้อใหม่ให้เผื่อว่า Elle จะหิว และบอกกับเพื่อนๆ ว่าไม่เป็นอะไร เพราะครั้งนึง Ludger เองก็เคยทำน้ำซุปสาดใส่ Julius เหมือนกัน

สำหรับ Elle พ่อก็มีเพียงได้แค่คนเดียว ไม่มีคนที่สอง Ludger เองก็เข้าใจและยืนยันว่า Elle ไม่ใช่ลูกสาวของตนแน่นอนแต่ตัว Ludger ก็ยังปกป้องเธอจนวินาทีท้ายในฐานะที่ Elle เองก็เป็นคนใน 'ครอบครัว' ของ Ludger เหมือนกัน

หลังจากคราวนั้น Elle เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ถึงขนาดว่าเมื่อทราบว่าไม่ Julius ก็ Ludger ต้องตายเพราะจำเป็นต้องมีใครสักคนที่เป็น 'สะพาน' เพื่อไปสู่ Canaan เธอก็ยอมสละตัวเอง เพราะสำหรับเธอแล้วทั้ง Julius และ Ludger ก็ต่างเป็น 'ครอบครัว' ของเธอและ Elle ก็พร้อมที่จะเสียสละเพื่อทั้งสองคน

*ใน True End เธอก็สามารถเลือกทางเดินของตัวเอง และก้าวเดินต่อไปได้ ถ้าปัญหาเหล่านี้คือปัญหาที่เด็กคนนึงแก้ไขได้ เธอก็คงไม่ใช่เด็กน่ารำคาญอย่างที่เรารู้สึกกัน 

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

สำหรับใครที่บอกว่า Good End ดีกว่า True End อยากให้มองใหม่อีกครั้ง

ใน Good End จริงอยู่ที่ Ludger มีชีวิตและก็จะได้เจอกับ Elle อีกครั้ง แต่ในความจริงนั้นก็ไม่ใช่ Elle ที่ Ludger เคยเจอและใช้เวลาอยู่ด้วยอยู่ดี ไม่ใช่ Elle ในฐานะ 'ครอบครัว' และเป็น Elle ในฐานะ 'ลูกสาว' ซึ่งแค่นี้มันก็พังทุกๆ อย่างของ Ludger ที่ทำมาทั้งหมดแล้ว

ตัว Elle มีตัวตนของตัวเองจริงๆ Elle ไม่ใช่ลูกสาวของ Ludger แต่เป็นเพื่อนและครอบครัวที่ฝ่าฟันทุกอย่างมาด้วยกันต่างหาก เหมือนกับ Milla ใน Fracture Dimension ที่ตายไป เธอเองก็มีตัวตนเหมือนกัน เพราะแบบนั้น Elle จึงไม่ยอม Milla ตัวจริงที่มาแทนที่คนเก่าที่จากไป

มันคือความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลงว่าไม่มีอะไรมาแทนที่อะไรได้ เหมือนที่ Ludger ไม่สามารถมาแทนที่พ่อของ Elle ได้ เหมือนที่ Milla ตัวจริงก็ไม่สามารถมาแทนที่ Milla ใน Fracture Dimension ได้ เพราะฉะนั้นแม้ Ludger จะมีลูก แต่ลูกที่เกิดมานั้น ก็ไม่สามารถมาแทนที่ Elle ได้เช่นกัน

*การที่ Ludger เดินในทาง Good End นั้น มันก็เหมือนบอกทางอ้อมว่า 'ไปเป็น Victor สิ' จริงอยู่ที่ Ludger อาจจะไม่ฆ่าเพื่อนตัวเองแต่ก็ไม่มีอะไรรับประกัน แต่ความหมายของการเป็น 'Victor' ในที่นี้คือ 'การปฏิเสธ' ตัวตนของ Elle ถ้าหาก Ludger แต่งงานกับ Lara Mel Marta และมีลูกออกมาเป็น Elle จริง มันก็ไม่ต้องอะไรจาก Victor ที่หวังจะเกิดใหม่กับ Elle 'ตัวจริง' เลยแม้แต่น้อย

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ทั้งที่เป็น True End แท้ๆ ทำไมมันแย่กว่า Good End?

*ใครที่คิดแบบนี้ คำตอบครึ่งนึงหาอ่านได้ข้างต้น

ใน True End แม้ Ludger จะสละชีวิตเพื่อให้ Elle ยังคงอยู่ต่อ แต่ Elle ก็เป็น Elle ไม่ใช่ Elle ที่เป็นลูกสาวของ Ludger เธอมีชีวิตและก้าวเดินต่อไปเหมือนที่ Julius มอบชีวิตให้ Ludger และ Ludger ก็มอบชีวิตให้ Elle ก้าวเดินต่อไป เหมือนอย่างที่ตัว Elle พูดในตอนจบเองว่า 'ทุกคนยังก้าวเดินต่อไป'

*ความรู้สึกส่วนตัวนะ เหมือน Ludger เองก็อยากตาย เพราะถ้าใครตามข่าวซีรีย์ Tales of อยู่เรื่อยๆ ทั้ง Ludger และ Julius ไม่ได้ตายจริงๆ ยังเหลือวิญญาณที่หาโลกใบใหม่ โลกที่ทั้ง Elle Julius และ Ludger จะได้อยู่ด้วยกันจริงๆ ไม่ใช่ 'ตัวจริง' ไม่ได้เป็น 'ตัวแทน' ใคร การที่ Ludger ตาย ก็เหมือนให้วิญญาณของเขาไปหา Julius นั้นแหละ

ถ้าให้พูด โลกทั้งใบของ Julius มอบให้ Ludger, โลกทั้งใบของ Ludger มอบให้ Elle และโลกทั้งใบของ Elle ก็มอบให้กับครอบครัวของเธอหรือก็คือ Julius และ Ludger นั้นเอง

*Good End มันก็เหมือน Ludger ไม่ได้เดินไปไหน ย่ำอยู่บนความผิดพลาดของตัวเองซ้ำๆ ในแแง่ของความเป็นจริง มีใครอยากทำผิดซ้ำสองบ้างไหมล่ะ?

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

Bad End ทำไมมันทุเรศ?

*มันไม่ได้ทุเรศหรอกเชื่อสิ ;w;

คือ Bad End อาจจะมีบางคนบอกว่า 'ก็เป็นพี่น้องกัน' เพราะงั้น Ludger เลยยอมฆ่าเพื่อนทิ้งยกตี้ แต่เอาจริงๆ ส่วนตัวคิดว่าเพราะตัว Ludger เอง ก็รัก Julius เหมือนกัน ตลอดทั้งเกม Ludger ถูกกดดันจากรอบข้างบ่อยมาก ทุกครั้งที่มีใครจะคุยกับ Ludger แม้แต่ชาวแก๊งในตอนแรกเองก็มีทักบ้าง จะมีเรื่อง 'หนี้ของ Ludger' และเรื่อง 'พี่ชายเป็นผู้ก่อการร้าย' ติดมาในบทสนทนาบ่อยครั้ง

มี Side Quest อันนึงที่ Ludger ไปหา Nova เจ้าตัวก็ยังไม่คิดอะไรมาก แต่เพื่อนร่วมชั้นที่เคยเป็นเพื่อนสนิทด้วยที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย เมื่อทราบว่า Nova จะจัดปาร์ตี้ให้ Ludger ก็ออกจากงานทันที เหตุผลก็เพราะว่า Ludger 'เป็นหนี้' และ 'มีพี่ชายเป้นผู้ก่อการร้าย' ทั้งสองอย่างล้วนไม่ใช่ความผิดของ Ludger เลย หนี้ที่เจ้าตัวไม่ได้อยากก่อ พี่ชายที่อยากให้อยู่ด้วยกันสงบๆ แต่เรื่องเหล่านั้นก็กดดัน Ludger ตลอดเวลา

Milla ในโลก Fracture Dimension หรือบางครั้งชาวแก๊งเองก็มีประเด็นที่เจ็บหนักมากสำหรับ Ludger มาพูดอยู่บ่อยครั้ง นั้นคือเรื่องที่ Ludger ไม่ต่างจากฆาตกรที่ฆ่าคนเป็นล้านๆ คนจากการทำลายโลก Fracture Dimension ไป แต่ยังดีที่ Alvin และ Gaius หรือบางที Muzet และ Rowen ก็พยายามปลอบใจ Ludger เพราะเข้าใจว่ามันไม่ใช่ 'ปัญหา' ที่คนๆ เดียวจะรับไหวในทีเดียวโดยไม่มีปัญหาทางด้านจิตใจเลย

แถมหน่ำซ้ำ แทบทุกครั้งที่เจอหน้า Julius ที่ควรจะเป็นที่พึ่งของ Ludger เหมือนดังเมื่อก่อนกลับเพียงมาเจอ Ludger เพื่อ 'นาฬิกา' และ 'Elle' เท่านั้น แถมยังไล่ให้กลับบ้านอีก ไล่ให้ไปปวดหัวหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ไล่ให้ไปเจอคนด่าว่ามีพี่ชายเป็นผู้ก่อการร้าย ไล่ให้ไปเจอสังคมที่มีแต่คนมองด้วยสายตารังเกียจ ไม่แปลกใจว่าทำไม Ludger ถึงรู้สึกแย่ที่มีเจอพี่ชายมาพูดอะไรแบบนี้ แม้ในความจริง Julius ก็แค่อยากปกป้อง Ludger จากเรื่องเหล่านี้ แต่สำหรับ Ludger ในตอนนี้มันก็เหมือน Julius พยายามผลักใสให้เขายืนด้วยตัวเอง

แต่ถึงแบบนั้น สำหรับ Ludger ตัว Julius ก็คือคนในครอบครัวที่ไม่มีใครมาแทนได้ แต่เชื่อใจอยู่เสมอ คิดถึงอยู่เสมอ เป็นห่วงอยู่เสมอ ในขณะเดียวกัน Julius เองก็รู้สึกแบบนั้นกับ Ludger เช่นเดียวกัน

*ถ้าใครสังเกตุช๊อยส์ที่มีเวลามากดดันมันน้อยมาก แต่ในช่วงท้ายๆ เกมที่ Ludger จำเป็นต้องฆ่า Julius กับมีแล้วมีอีก มีแล้วมีอีก จนมีคนถามว่าจะใส่มาทำไมหลายๆ รอบ

ความจริงถ้าใส่มาน้อยรอบจะตลกกว่าอีก อย่างที่กล่าวไปข้างต้น Ludger ฝ่ามาทุกอย่าง โดยบังคับให้ทิ้งทุกอย่างและสิ่งที่ทำให้ Ludger ยังก้าวไปได้อย่าง Elle ก็มาหายไปอีก ตอนนี้ก็เหลือ Julius ที่พอจะช่วยอะไรได้บ้างเหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายก่อนที่ Ludger จะเป็นบ้าไปจริงๆ แต่สถานการณ์ก็มาบังคับให้ Ludger ต้องฆ่าพี่ชายตัวเอง ถูกสั่งให้ตัดเชือกเส้นสุดท้ายของตัวเอง

การที่มีช๊อยส์ซ้ำๆ ก็เหมือนเป็นการกดดันตัว Ludger ไม่มีเวลาให้คิด ไม่มีเวลาที่จะมีคนมาฟัง Ludger อีกต่อไป เพราะงั้นเหมือนเหมือนอาการทางจิตของ Ludger ที่แตกเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว หรือที่เรียกว่า Mental Breakdown นั้นล่ะ ถ้าใครเคยเล่นเกมเช่นพวก Ace Attorney หรือ Danganronpa เวลาคนเราถูกคนดันมากๆ มันก็ย่อมมีอาการอะไรออกมาอยู่แล้ว

สำหรับอาการของ Julius หลังจากที่มหกรรมเลือดสาดจบลง ที่เหมือนจะช็อคและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว นั้นไม่ถือว่าแปลกค่ะ สำหรับ Julius น่ะนะ

คือ Julius เองก็ฆ่าคนมาเยอะเหมือนกัน แถมมือเปื้อนเลือดมาเยอะกว่า Ludger อีก เพราะงั้นการ Ludger ฆ่าเพื่อนตัวเอง Julius จึงยอมรับได้เหมือนกัน ว่าถึงมันจะแย่ แต่ตัว Julius เองก็ไม่ได้ดีอะไรหรือต่างอะไรไปกันเลย สำหรับ Julius เองการที่ Ludger สามารถยอมรับในความเป็น Julius ได้ นั้นเป็นความสุขอย่างนึงที่ Julius กลัวมาตลอดว่าจะไม่มีทางเป็นจริง

*ใน Bad End มันคือเรื่องของการที่ทั้งสองคนยอมรับในการและกัน แม้มันจะดูแย่ในสายตาคนอื่นมากแค่ไหน แต่เราก็ยังมีอีกฝ่ายที่เข้าใจเรา อีกฝ่ายที่เรากลัวว่าจะไม่มีมาตลอด เพราะงั้นเป็นเหตุว่าทำไม Bad End มันถึงได้เศร้า 

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

บอกเลยว่า Bad End มีคนคอมเม็นท์น้ำตาร่วงของทางญี่ปุ่นเยอะมากกกกกก เยอะขนาดที่ทั้งที่ฟิคหรือโดพี่น้องปกติมันน้อยจนนับนิ้วได้ แต่คู่นี้กลับมีเยอะมาก ถ้าใครทราบเรื่อง Big Hero ที่อยู่ญี่ปุ่นนั้นไม่นิยมเรื่องนี้มากแต่พอมีให้เห็น แต่ฝรั่งนี้ท่วมเน็ทเลย แบบกลับกันเลยล่ะ สาเหตุก็เพราะการ Localize นี้ล่ะ 

Localize มันไม่ใช่การแปลแต่เป็นการทำให้เรื่องมันกลายเป็นภาษาอื่นและเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในเกมให้เหมาะสมกับประเทศตัวเองเท่านั้น

ถ้าจขบ. ไม่ได้เล่น Ver.JP ก็คงไม่รู้สึกว่าพี่น้องคู่น้องมันรักกันขนาดไหน เกมนี้มันไม่ใช่เพียงเป็นเรื่องของครอบครัว แต่เป็นเรื่องของครอบครัวที่ 'พิเศษ' กว่าชาวบ้าน ตามที่สาธยายไปข้างต้นว่าทำไม

ความรักใคร่ระหว่างพี่น้องมันผิด เหมือนกับที่ความรักใคร่ระหว่างพ่อลูกมันแปลก และสังคมปัจจุบันก็ยังไม่ยอมรับ ถ้าใครเคยอ่านเรื่อง 'น้องสาวของผมไม่น่ารักขนาดนั้นหรอก' ก็คงนึกสถานการณ์ออกว่ามัน 'ผิดศีลธรรม' แต่นั้นก็เข้าล็อคของคำพูดของ Origin อยู่ดี ใครเป็นคนตัดสินว่าอันไหนผิดหรือถูก? เพราะว่ามนุษย์มีความเป็นสีเทาในตัวเองอยู่ถึงก้าวเดินต่อไปได้ เหมือนอย่างการตัดสินใจของทั้งสามคนที่กล่าวมาในข้างต้น ก็ได้ช่วยเหลือโลกทั้งใบไว้เลยทีเดียว.....

และทุกคนก็ยังมีความหวังในตัวเองว่า 'โลกจะก้าวเดินต่อไปในทางที่ดีขึ้น'

คำกล่าวนี้มีพบได้เห็นได้อย่างดาดเดื่อนและเป็นใจความสำคัญที่เกมซีรีย์ Tales แฝงเอาไว้เสมอมา

สำหรับใครที่อ่านจนจบ ขอคารวะว่าท่านเก่งมาก และขอบคุณที่อุตส่าห์สละเวลาอ่านค่ะ

แล้วเจอกันใหม่เอนทรี่หน้าค่ะ ^ ^ 

Comment

Comment:

Tweet