Warning!! : Spoiler Alert!

                 เพ้อเพราะดีใจ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

เป็นเกมที่ทำมาอวยแฟนเกมนี้โดยแท้ เพราะมีพูดถึงเกมภาคเก่าๆ เยอะพอตัว แถมสปอยเหตุการณ์หลักๆ ในเกมทั้ง 4 แบบไม่เกรงใจ เอาเป็นว่าเกมนี้ยิ่งเคยเล่นมาเยอะจะยิ่งสนุกกับมันมากขึ้นสมกับที่ทำมาฉลอง 15 ปี

ส่วนตัวข้าพเจ้าแตะเกมนี้ครั้งล่าสุดเมื่อประมาณ 3 ปีก่อนมั้ง? ตอนภาค 5 ออกใหม่ๆ แต่เกมนี้ก็ใส่ตัวเปิดความจำกับสปอยมาพอสมควร (คาดว่าน่าจะเผื่อคนที่ไม่เคยเล่นเกมซีรียส์นี้มาก่อนจะได้รู้เรื่อง) เลยไม่มีปัญหานึกอะไรไม่ออกสักเท่าไหร่

เลยกลายเป็นว่าพอเล่นเกมนี้จบปุบจึงไปหาซื้อเกมทั้ง 3 มาเล่นใน PSVita ซะ ความจริงก็อยากจะหาภาค 1 กับ 2 มาเล่นด้วยเพราะตัวเองก็ไม่เคยเล่นภาค 2 จบแต่เครื่อง DS ก็พังไปแล้วจึงทำได้แค่น้ำตาตกในรอคอยที่เขาจะเอาสองเกมนี้มารีเมคใหม่ ;w;’’

แต่บางเหตุการณ์ในเกมที่เป็นไปไม่ได้ในภาคเก่าๆ ก็มีนะ อย่างที่ Hayato ตัวเอกเกมภาคแรกมี Sol เป็นคู่หูหรือการที่ Arca กับ Folth สามารถช่วย Erst จากการถูก Nether Creature ครอบงำเงี่ย

เรื่อง Hayato กับ Sol ส่วนตัวเลยไม่มีปัญหาใดๆ ค่ะ 55555 แฮปปี้มากกว่าด้วยซ้ำเพราะสองคนนี้อยู่ด้วยกันนี้น่ารักจริงจัง  โดยเฉพาะตอนที่กลุ่มตัวเองไปกล่อมราชาปีศาจให้มาช่วยสำเร็จอ่านะ

ส่วนเรื่อง Erst รู้สึกเฉยๆ นะ..... แต่ก็ดีใจมากที่ความจริงแล้วช่วยเจ้าตัวได้ สาเหตุที่ช่วยในภาค 5 ไม่ได้ บางส่วนน่าจะมาจากมีพลังไม่พอล่ะมั้ง? เพราะในภาคนี้ต้องให้คู่หูทั้ง 4 กับ Folth และ Arca รวมพลังกันถึงจะไหว

ทรูเอนด์ของ Yst น่ารักมาก เป็นครอบครัวที่น่ารักจริงจัง จากนี้ไปก็ขอให้มีความสุขนะเหล่าผู้มีชีวิตจากความทรงจำ หุหุหุ

เนื้อเรื่องเกมนี้จะถูกอธิบายในโลกรังไหม (ฟีลูเจอร์) ซึ่งเป็นโลกที่เกิดจากเศษความทรงจำของรีนบาร์ม จึงมักจะมี “ของ” ตกลงมาเป็นพักๆ โดยโลกนี้ถูกเส้นไหมแบ่งออกเป็นสามส่วนและแต่ละคนทั้ง Raj, Amu และ Yst จะอยู่กันในคนละส่วนและมีชีวิตอยู่ไปเรื่อยๆ ในแต่ละวันโดยที่ทั้ง Raj และ Amu ไม่เคยรับรู้ถึงตัวตนอีกฝ่าย จนกระทั้งเหล่าผู้มีชีวิตในรีนบาร์มตกลงมาและทำลายกำแพงที่กั้นเอาไว้

การเติบตัวของตัวละครทำมาเห็นชัดเจนจากที่ทั้งสามไม่เคยเข้าหาคนมาก่อนและไม่เคยนึกถึงความรู้สึกที่อยากจะมีชีวิตอยู่ ในท้ายที่สุดแล้วทั้งสามคนก็เติบโตและมีความรู้สึกที่อยากจะเสียสละเพื่อใครสักคนนึง

ส่วนคนที่ตกลงมาก็จะอยู่ในคนละเวลาและสถานที่หรือ Parallel World  ถึงแม้จะรู้จักแต่ก็ไม่ใช่คนเดียวกัน เนื่องจากโลกรังไหมเป็นแค่โลกที่เกิดจากความทรงจำจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ของจากหลายๆ เวลาจะตกลงมา

ซึ่งเราจะได้เห็นแพทเทิร์น “เธอลืมฉันได้ไง โหดร้ายที่สุด” ของเหล่าซัมมอนคู่หูจนตัวละครในเกมด้วยกันยังทักเลยว่าอีรอบนี้อีกแล้วเหรอ 5555

และเราจะได้ควบคุมตัวละครที่ไม่มีโอกาสได้เล่นในภาคเก่าๆ ในเกมนี้อีกด้วย แม้จะไม่ใช่ทุกตัวเพราะตัวละครบางคนเมื่อตกลงมาที่โลกใหม่ก็ไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ซึ่งเป็นพื้นฐานของรีนบาร์มได้ แต่แค่นี้ก็แฮปปี้แล้วล่ะ

ส่วนเรื่องเกมเพลย์ก็ลื่นอยู่ (แต่มีบางชอทเฟรมเรทตกและกระตุกเฉย) เล่นได้เรื่อยๆ น่าเสียดายมินิเกมมีแค่ตกปลาอีกแล้ว ;w;’’

โดยรวมนับว่าดีใจที่เกมซีรีย์นี้ยังไม่หายไปและทำเกมดีๆ มาให้เล่นกันอยู่ คาดว่าเมื่อขึ้นภาค 7 ถ้าไม่ใช่อนาคตใกล้โพ้นก็คงจะเป็นเนื้อเรื่องรอยต่อระหว่างภาค 4-5 เนื่องจากพอจบภาค 5 กลุ่มไร้สีที่เป็นตัวร้ายมานานก็อ่อนแอจนยุบตัวไปแล้วเป็นแน่แท้ ยังไงก็เป็นเกมในความจำที่ไม่หายไปไหนเลย ไม่เสียใจที่ซื้อกล่องลิมิเต็ท 15 ปีมา ซีรีย์เกมนี้น่ารักที่สุดเลย 555555

ความทรงจำจะไม่หายไปในแต่จะถูกสลักลงใจจิตวิญญาณจะคนๆ นั้นตลอดกาล

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

รู้สึกชอบหัวข้อของเกมในภาคนี้อย่างจริงจัง ขอให้เกมนี้ซีรีย์นี้อยู่ไปให้เล่นอีกยาวๆ นะ ความทรงจำของข้าพเจ้าเกี่ยวกับเกมนี้ก็จะยังไม่หายไปไหนเหมือนกัน ก็ความทรงจำวัยเด็กอีกอย่างเลยนี้นา

คาดว่าคงมีการ Edit เขียนเอนทรี่นี้ยาวๆ ใหม่อีกรอบ เนื่องจากพอเล่นจบทรูเอนด์ก็รีบเอามาเพ้อทันทียังตามเก็บอีเวนท์ในเกมไม่ครบ หากครบแล้วคงเอามาใส่ในนี้รัวๆ ยังไงก็แปะไว้ก่อนเพราะดีใจแบบสุดๆ ไปเลย >W<

ยังไงก็ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ เจอกันใหม่เอนทรี่หน้า

 

edit @ 20 Jul 2016 01:02:09 by Mishine

[Fic] Durarara : My Wonderful Secretary [Izaya x Mikado]

posted on 05 Jun 2016 21:20 by nabidmon in Fiction

[Fic] Durarara : My Wonderful Secretary [Izaya x Mikado]

Paring : Orihara Izaya x Ryuugamine Mikado (x Kuronuma Aoba)

Rating : PG-13

Warning : เนื้อเรื่องหลังภาค SH และสปอยอนิเม Shou และ Ketsu ตอนจบ + ภาคนิยาย spin-off ของอิซายะ ในฉบับ AU! ถ้าหากมิคาโดะเป็นผู้ช่วยของอิซายะ

 

--------------------------------------------------

 

      มีบางเรื่องที่เราไม่ได้บอกกับใคร ไม่สิ..... ควรจะพูดว่า "บอกไม่ได้" มากกว่า

      แต่ถ้าเอาความจริงกว่านั้นคือ ริวกามิเนะ มิคาโดะ ไม่กล้าพูดความจริงออกไป

      จะให้พูดยังไงล่ะ? ขืนพูดไปคงถูกเกลียดแบบไม่ต้องสงสัยแน่ๆ

      เรื่องที่เขา........

 

            "มิคาโดะคุง~ ชงกาแฟให้ฉันด้วยสิ~"

            "อ๊ะ! สักครู่นะครับ"

 

      นักขายข่าวแห่งชินจูกุมองผู้ช่วยสุดน่ารักของตนที่ที่เดินฉับๆ ไปยังเคาน์เตอร์ นี้ก็หลายปีแล้วที่มิคาโดะเป็นผู้ช่วยของเขา ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่อิเคะบุคุโระเสียอีก แน่นอนว่าคิดะ มาซาโอมิไม่มีทางรู้เรื่องนี้แน่ๆ เพราะตอนที่เจ้าตัวรู้จักอิซายะ มิคาโดะยังอยู่ไซตามะอยู่เลย ช่างเป็นเพื่อนสนิทที่น่าสงสารอะไรแบบนี้นะ

      แค่นึกถึงเรื่องนั้นอิซายะก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้

 

            "มีเรื่องอะไรน่าสนุกเหรอครับ?" มิคาโดะเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยกาแฟและชาในมือ

            "หืม? เปล่า ไม่มีอะไรหรอกมิคาโดะคุง" อิซายะรับถ้วยกาแฟจากมือของผู้ช่วยตัวเองไปจิบเล็กน้อย และทำหน้าพึงพอใจเล็กๆ ในรสชาติของเครื่องดื่ม

            "โกหกไม่เนียนนะครับ เวลาคุณโอริฮาระทำหน้าแบบนั้นแสดงว่าต้องมีเรื่องที่ทำให้ดีใจแน่ๆ ครับ"

            "เรียกนามสกุลเหรอ?~ ฟังดูห่างเหินจังเลยน้า~ ทั้งที่เหมือนวานยังเรียกชื่อของฉันด้วยเสียงหวานซึ้งอยู่เลยแท้ๆ"

            "อย่าพูดอะไรสองแง่สามง่ามแบบนั้นสิครับ" มิคาโดะขมวดคิ้ว ซึ่งเป็นภาพที่อิซายะไม่มีทางเบื่อเลยจริงๆ

            "อืมๆ ฉันเริ่มหิวแล้วนะมิคาโดะคุง แค่กาแฟมันไม่พอหรอก" อิซายะเมินคำพูดของมิคาโดะไป พร้อมกับส่งเสียงกึ่งสั่งกึ่งอ้อนไปให้เด็กหนุ่ม

            "อา..... นั้นสินะครับ ผมก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน ไปกินซูชิรัสเซียกันไหมครับ?"

            "ม่ายอาววว ทำหม้อไฟกินกันเถอะ"

            "....."

 

      เมื่อไม่กี่วันก่อนมิคาโดะไปกินหม้อไฟกับพวกคุณเซลตี้ แน่นอนว่าคุณอิซายะไม่ได้ไปด้วย เมื่อทุกคุณนำมาพูดกันในแชท คุณอิซายะคงจะน้อยใจแน่ๆ ถึงจะบอกว่าไม่เป็นอะไรก็เถอะ แต่ชวนไปกินหม้อไฟมาหลายรอบแล้ว แถมแทบจะทุกครั้งที่เป็นไปได้ด้วย

 

            "ถ้าจะคิดมากขนาดนั้นะครับ....."

            "อะไรกัน ฉันจะชวนผู้ช่วยสุดน่ารักของฉันมากินหม้อไฟด้วยกันไม่ได้เลยเหรอ"

            "ไม่ใช่ว่ากินเฉพาะฤดูหนาวถึงจะดีเหรอครับ"

 

      อิซายะไม่สงเสียงตอบแต่ส่งรอยยิ้มสุดหล่อพิมพ์ใจสาวไปให้มิคาโดะ จนเจ้าตัวต้องถอนหายใจออกมาด้วยความพ่ายแพ้

 

            "คร้าบๆ เดี๋ยวผมออกไปซื้อของทำหม้อไฟมาให้ อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ?"

            "เอาแบบที่เธอไปกินที่บ้านเจ้าหมอโรคจิตนั้นล่ะ"

 

      ผมเชื่อคุณอิซายะมากเลยว่าไม่ได้อิจฉา ไม่ได้อิจฉาหรือน้อยใจเลยสักกะติ๊ด แถมถ้าพอกินกันเรียบร้อยแล้ว อิซายะคงเอาไปเบ่งในห้องแชทแน่ๆ ว่าไปกินหม้อไฟมาแล้วเหมือนกันน่ะ

      มิคาโดะคว้าเงินจากกระเป๋าตังค์อิซายะ เป็นเพียงแบงค์หมื่นเยนบางๆ ใบนึง ในเวลานี้ทำไมเขาเห็นรูปคุณฟุคุซาวะ ยูอิจิเป็นคนที่น่ารำคาญขึ้นมานะ? เป็นเพราะมันอยู่ในกระเป๋าตังค์คุณอิซายะรึเปล่า? แต่ต่อให้เขาใช้หมื่นเยนหมดไปกับหม้อไฟมื้อนึงมันก็ไม่สะเทีอนคุณอิซายะสักเท่าไหร่หรอก

      เมื่อคิดแบบนั้นแล้วมิคาโดะก็รีบออกจากอพาร์ตเมนท์ไปยังซุปเปอร์ที่อยู่ใกล้ๆ ทันที เชื่อเถอะว่าด้วยความที่เด็กหนุ่มเป็นคนที่เรียกได้ว่าไส้แห้งจนต้องประหยัดเงินเป็นนิจ ยังไงก็คงไม่มีทางที่จะใช้หมื่นเยนโดยไม่ระมัดระวังอยู่ดี คุณอิซายะมักจะโอนเงินเขาบัญชีอยู่เสมอๆ ก็จริงแต่มิคาโดะก็เลือกที่จะให้มันดองอยู่ในบัญชีแบบนั้นเผื่อในกรณีฉุกเฉินเขาจะได้ไม่ต้องไปบากหน้าไปหาใครเพื่อยืมเงิน

 

      ว่าแต่ทานหม้อไฟกันสองกันเนี่ยนะ? โอเค..... มาซาโอมิเองก็เห็นบอกว่าทานกับคุณซากิกันสองคนนี้นา? คงไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกใช่ไหม? แต่นี้เขาทานกับคุณอิซายะกันสองคนนี้นะ.... แถมเป็นผู้ชายด้วย อารมณ์คงเหมือนกันผู้ชายไร้สาวควงในวันวาเลนไทน์ไปหาของหวานกินด้วยกันสองคนแหละมั้ง?

      ขณะที่คิดอยู่เพลินๆ ก็มีความรู้สึกสั่นๆ อยู่ในกระเป๋ากางเกง ความคิดแรกคือคุณอิซายะที่เมลล์มาเพราะรอจนจะดิ้นตายแล้ว แต่ดันกลายเป็นเมลล์จากคุโรนุมะคุงไปเสียอย่างงั้น

 

            'รุ่นพี่มิคาโดะ นอนรึยังครับ?'

 

      แบบนี้ก็ไม่ถือว่าแปลกใช่ไหม? เพราะคุณอิซายะเมื่อก่อนก็ส่งมาประจำจนกระทั่งมาซาโอมิได้ออกไปจากอิเคะบุคุโระ เขาจึงย้ายไปอยู่ที่ชินจูกุกับคุณอิซายะ ตามคำชักชวนของเจ้าตัวตั้งแต่เขาบอกไปว่าจะย้ายมาโตเกียว

      มิคาโดะพยายามชั่งใจว่าจะตอบกลับไปดีไหม เพราะคุณอิซายะบอกว่าอย่าเพิ่งเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากจนกว่าจะถึงเวลา แต่ในช่วยหลายๆ วันมานี้มิคาโดะกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนสโตรกอยู่ จึงพยายามเลี่ยงใช้เส้นทางที่ไปชินจูกุอย่างชัดเจน แน่นอนว่าพอทำแบบนี้ค่าเดินทางมันจึงขึ้นๆ ลงๆ จนเขาต้องขอความช่วยเหลือจากคนที่ชวนเขามาอยู่ด้วย

 

      รู้ทั้งรู้ว่าอาชีพตัวเองมันไม่ได้เหมาะจะมีคนอาศัยด้วยก็ยังจะชวนผมมาอยู่อีกนะคุณอิซายะ

 

      ด้วยความหงุดหงิดจึงเลือกที่จะตอบกลับไปหารุ่นน้องที่กำลังดูแลแก๊งบลูสเควร์ไป เรื่องที่มิคาโดะหงุดหงิดคงไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของโอริฮาระ อิซายะอย่างเดียว แต่มีเรื่องของดอลลาส์เข้ามาในหัวด้วย เขารู้สึกไม่พอใจมากๆ กับการที่มีคนมาย่ำยีสิ่งที่เขาสร้างออกมาแบบนี้ มิคาโดะโกรธคุโรนุมะ อาโอบะอยู่พอสมควร แต่ก็ยังสามารถระงับอาการโกรธไม่ให้ตีพิมพ์ลงไปในข้อความที่ส่งไปด้วย

 

            'ยังเลยครับ แล้วดึกป่านนี้แล้วคุโรนุมะคุงยังไม่นอนอีกเหรอครับ?'

 

      ในพริบตาที่มิคาโดะส่งเมลล์ไปไม่ทันไรอีกฝ่ายก็ส่งตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

            'ผมจะหลับลงได้ยังไงล่ะครับ ตราบเท่าที่รุ่นพี่ยังไม่ได้นอนแบบนี้'

 

      คำพูดและวิธีการพิมพ์ที่ทำให้เขานึกถึงคุณอิซายะขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ถ้าเกิดเขาได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ขึ้นมาจะหมายความว่ามิคาโดะจะต้องปวดหัวมากขึ้นเป็นสองเท่าไหมนะ?

 

            'ขอบคุณนะคุโรนุมะคุง แต่ว่ารีบไปนอนจะดีกว่านะ เดี๋ยวสุขภาพเสียหมดหรอก'

            'ร